ภัยเงียบของแมส

3
5196

คลิปสรุปบทความนี้

คุณได้สังเกตหรือไม่ ตั้งแต่มีการบังคับสวมแมส จำนวนผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น สถิตินี้เกิดขึ้นทั้วโลกครับ ในบทความนี้ ผมจะแสดงข้อมูล 5 อย่าง ที่หมอและรัฐบาลไทยไม่บอกประชาชน แต่กลับแนะนำและบังคับการใส่แมส

  1. ระดับคาร์บอนไดออกไซด์ที่สูงก่อให้เกิด Hypercapnia (ร่างกายเป็นกรด ติดเชื้อง่าย)
  2. ระดับออกซิเจนที่ต่ำ ก่อให้เกิด Hypoxia (ยับยั้งการตอบสนองของภูมิคุ้มกัน)
  3. การป้องกันการแพร่เชื้อให้ผู้อื่น
  4. การป้องกันตัวเอง
  5. การติดเชื้ออื่นๆ ด้วยแมสผ้า
  6. ทำไมแพทย์แนะนำให้ใส่ แมส

ถ้าคุณพร้อมระทึกแล้ว เรามาเริ่มกันเลยครับ

1. ผลกระทบของระดับ CO2

สุขภาพของคนเราโดยรวมขึ้นอยู่กับการสูดลมหายใจ ตามมาตรฐานของการแพทย์​ ระดับคาร์บอนไดออกไซด์มีเกณฑ์ดังต่อไปนี้

  • ระดับกลางแจ้งปกติ: 250 – 350 ppm
  • ระดับที่ยอมรับได้: 350-600 ppm
  • ข้อร้องเรียนเกี่ยวกับความเข้มและกลิ่น: 600 – 1,000 ppm
  • เกิดอาการง่วงนอนทั่วไป: 1,000 – 2,000 ppm
  • มีผลต่อสุขภาพเช่น ปวดหัว, คลื่นไส้, ง่วงนอน, สมาธิไม่ดี, เสียสมาธิ, อัตราการเต้นของหัวใจเพิ่มขึ้น: 2,500 – 5,000 ppm
  • ผิดปกติ (ห้ามอยู่ในสภาวะนี้เกินกว่า 8 ชม ในกรณีสิ่งแวดล้อมของแรงงาน) : >5,000 ppm

เวลาที่เราใส่แมส ระดับคาร์บอนไดออกไซด์ที่เราหายใจเพิ่มเป็นขึ้นเป็น 10,000+ (คลิป 3 นาที)

คุณสามารถดูคลิปอื่นๆ ได้ที่นี้ครับ มีการทดลองเยอะครับ –> https://www.bitchute.com/search/?query=mask%20&kind=video

ระดับ CO2 ในเลือดที่สูง ก่อให้เกิด Hypercapnia (ไฮเปอร์แคปเนีย)

Hypercapnia เกิดจากคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ส่วนเกินในร่างกาย ภาวะดังกล่าวสังเกตได้จากการ ปวดศีรษะ เวียนศีรษะ และเหนื่อยล้า รวมทั้งภาวะแทรกซ้อนร้ายแรง เช่น ชักหรือหมดสติ – VeryWellHealth.com

จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อเราเป็น Hypercapnia?

Hypercapnia จะเปลี่ยนความสมดุลของค่า pH ของเลือด ทำให้เป็นกรดมากเกินไป สิ่งนี้สามารถเกิดขึ้นได้ช้าหรือกะทันหัน ถ้ามันเกิดขึ้นช้า ร่างกายของคุณอาจจะสามารถรักษาตัวเองได้โดยการทำให้ไตทำงานหนักขึ้น ไตของคุณจะปล่อยและดูดกลับไบคาร์บอเนต ซึ่งเป็นรูปแบบของคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งช่วยให้ระดับ pH ของร่างกายสมดุล

ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่เพิ่มขึ้นอย่างกะทันหันซึ่งเรียกว่าภาวะโพแทสเซียมสูงเฉียบพลันนั้นอันตรายกว่าเพราะไตของคุณไม่สามารถรับมือกับการพุ่งขึ้นของมันได้ นี้มักจะเกิดขึ้นถ้าคุณมีกรณีที่รุนแรงของโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังหรือถ้าคุณมีอาการวูบวาบ ไม่ว่าจะด้วยวิธีใด คุณอาจหายใจช้าเกินไป ซึ่งหมายความว่าคุณไม่ได้รับอากาศและปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในอัตราที่เหมาะสม ในกรณีใส่แมส คนทั่วไปอาจไม่ได้มีโรคเหล่านี้แต่ไม่ได้รับอากาศและปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในอัตราที่เหมาะสมเพราะสวมแมส

เมื่อร่างกายเป็นกรด คุณมีสิทธิติดเชื่อต่างๆ ได้ง่าย ไม่ใช่เพียงแค่ไวรัสโคโรน่าเท่านั้น สรุปคือ ใส่แมสแล้วยิ่งทำให้เป็นโควิด

คุณหมอ วิชัย “ร่างกายเป็นกรด ติดเชื้อ”

ลองฟังคุณหมออีกท่านหนึ่ง “ร่างกายยิ่งเป็นกรด ยิ่งติดโควิดง่าย”

2. ผลกระทบของระดับ อ็อกซิเจน

เมื่อร่างกายของคุณมีออกซิเจนไม่เพียงพอ คุณอาจได้รับภาวะขาดออกซิเจน สิ่งเหล่านี้เป็นเงื่อนไขที่อันตราย หากไม่มีออกซิเจน สมอง ตับ และอวัยวะอื่นๆ อาจเสียหายได้ภายในไม่กี่นาทีหลังจากเริ่มมีอาการ และภาวะ Hypoxia สามารถเกิดขึ้นกับคุณได้ – Webmd.com

Hypoxia – ยับยั้งการตอบสนองของภูมิคุ้มกัน

Hypoxia มีผลโดยตรงกับภูมิคุ้มกันของเรา เรื่องนี้มีวิจัยมากมายครับ ระดับออกซิเจนต่ำในเนื้อเยื่อ (ภาวะขาดออกซิเจน) สามารถยับยั้งการตอบสนองของภูมิคุ้มกัน หากเกิดภาวะนี้ระยะยาวอาจก่อให้เกิดโรคอื่นๆ ตามมาอย่างลบเลี่ยงไม่ได้ เพราะออกซิเจนคือพื้นฐานของทุกระบบในร่างกายของมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของสมอง ตับไต หัวใจ หรือ ไมโครเซลล์ที่มีผลต่อๆ กัน

เรื่องนี้เรื่องใหญ่ครับ หากคุณลองค้นหา “hypoxia suppress immune system” ใน Google คุณจะตกใจ มีอีกหลายอย่างที่ผมไม่เขียนเกี่ยวกับ Hypoxia เพราะมันเยอะจนผมไม่รู้จะเริ่มและจบที่ไหน ช่วงนี้คือช่วงที่พวกเราต้องการให้ ภูมิคุ้มกันทำงานอย่างเต็มที่ ไม่ใช่ถูกกดการทำงาน

ระดับออกซิเจนต่ำในเนื้อเยื่อ (ภาวะขาดออกซิเจน) สามารถยับยั้งการตอบสนองของภูมิคุ้มกัน

วัดระดับ อ็อกซิเจน เมื่อสวมแมส

ระดับปกติอยู่ที่ 20.5-21%
รอบแรก 18.9%
รอบที่สอง 15.5%
รอบที่สาม 18.0%
รอบที่สี่ 16.4%

ลองฟังคลิปของคุณหมอท่านนี้ครับ สำหรับผม หัวใจของข้อความในคลิปนี้คือ ออกซิเจนสำคัญที่สุด “ถ้าคุณได้รับออกซิเจนที่เพียงพอ คุณไม่ต้องฉีดวัคซีนก็ได้” ชัดเลยครับ ทำไมคนถึงได้เสียชีวิตกัน แมสครับกำลังลดออกซิเจนของเรา

3. การป้องกันการแพร่เชื้อให้ผู้อื่น

จุดนี้คือจุดที่กลุ่มแพทย์ ใช้เกมส์จิตวิทยาเล่นกับประชาชนโดยการอ้างว่า เราควรใส่แมสเพื่อไม่แพร่เชื้อให้ผู้อื่น พวกเราจึงใส่เป็นความรับผิดชอบต่อสังคมแม้ว่าใส่แล้วจะหายใจไม่ออกก็ตาม คุณทราบมั้ยครับ

แมส ไม่สามารถป้องกันการ แพร่เชื้อให้ผู้อื่นได้

ผลวิจัย: https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/33215698/

สาเหตุคือ แม้แมสจะหยุดละอองฝอยขนาดใหญ่ที่มีน้ำหนักกว่าอากาศได้ แต่เชื้อส่วนใหญ่แพร่ทาง Aerosol ซึ่งยังๆ แมสก็เอาไม่อยู่แม้จะเป็น N95 ก็ตาม

4. การป้องกันการติดเชื้อ

เช่นกันครับ แมสไม่สามารถป้องกันการติดเชื้อได้ มีการวิจัยและหลักฐานมากมายตามลิ้งค์ด้านล่างนี้ ทุกวิจัยมีผลพิสูจน์เป็นเสี่ยงเดียวกันคือ …

แมสไม่สามารถป้องกันการ ติดเชื้อได้

หลักฐานการวิจัยของข้อ 3 และ 4

ผลรวมของการทดลองแบบสุ่มไม่ได้แสดงการลดลงของการติดเชื้อไวรัสทางเดินหายใจอย่างชัดเจนด้วยการใช้หน้ากากทางการแพทย์/Surgical mask ระหว่างโรคไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล

แมสไม่สามารถป้องกันการติดเชื้อได้ และไม่สามารถป้องกันการแพร่เชื้อให้ผู้อื่นได้ ไม่ว่าจะเป็น แมส N95 ก็ไม่สามารถทำได้ทั้งสองทาง นี้คือผลการวิจัยหลายครั้ง ที่ชึ้ให้เห็นเป็นเสียงเดียวกัน

ดร. เท็ด โนเอล แสดงให้เห็นว่า ความเชื่อที่ว่าหน้ากากป้องกันการติดเชื้อได้ไม่จริง

5. แมสผ้า ยิ่งทำให้เพิ่มโอกาสติดเชื้อมากขึ้น

การใช้แมสผ้านอกจากไม่ช่วยอะไรแล้ว ยังทำให้คุณมีโอกาสติดเชื้อมากขึ้นอีกด้วย เนื่องจากผ้าเก็บความชื้นและมีคุณสมบัติดักจับทั้งฝุ่นและเชื่อโรคต่างๆ ได้ดีกว่าแมสทั่วไป ด้านล่างนี้ผมได้แค็บภาพ ผลสรุปของการวิจัยและแปลเป็นภาษาไทยใต้ภาพครับ

ที่มา : https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC4420971/
แปล - การศึกษานี้เป็น RCT ครั้งแรกของหน้ากากผ้า และผลที่ได้เตือนไม่ให้ใช้หน้ากากผ้า นี่เป็นข้อค้นพบที่สำคัญในการให้ข้อมูลด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัย การกักเก็บความชื้น การใช้หน้ากากผ้าซ้ำ และการกรองที่ไม่ดีอาจส่งผลให้มีความเสี่ยงในการติดเชื้อเพิ่มขึ้น จำเป็นต้องมีการวิจัยเพิ่มเติมเพื่อแจ้งการใช้หน้ากากผ้าอย่างแพร่หลายทั่วโลก อย่างไรก็ตาม เพื่อเป็นการป้องกันไว้ก่อน ไม่ควรแนะนำหน้ากากผ้าสำหรับ HCW (Health Care Worker) โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์ที่มีความเสี่ยงสูงและจำเป็นต้องปรับปรุงแนวทางปฏิบัติ

Fact Check โดยสื่อ

ทำไมข่าวที่ออกมา Fact Check อ้างว่าข้อมูลเช่นในหน้านี้เป็นข้อมูลเท็จทั้งๆ ที่มีหลักฐาน เพราะพวกเขาอ้างคำพูดต่างๆ ของแพทย์และผลวิจัยที่ถูกออกแบบมาเพื่อให้ได้ผลตามที่ต้องการ (เพิ่มเติมด้านล่าง)

ทำไมแพทย์แนะนำว่า แมส ช่วยป้องกันการแพร่เชื้อได้ ?

แพทย์อ้างอิงจากผลการวิจัยที่แสดงให้เห็นว่า แมส ลดการแพร่เชื้อได้จริง ผมจะแสดงผลการวิจัยฉบับนั้นและ อธิบายว่านักวิจัยทำอย่างไรให้ผลออกมาตามจุดประสงค์​

สิ่งที่พวกเขาทำคือ เขาเอาตัววัดอนุภาคที่มีลักษณะคล้ายกับไมค์ตั้งไว้ข้างหน้า และให้คนที่เข้าการทดลองเปา ไอ จาม และ หายใจปกติและวัค อนุภาค ที่ออกมา หลังจากนั้นนักวิจัยให้ผู้เข้าการทดลองใส่แมสแล้วทำการ เปา ไอ จาม และ หายใจปกติ อีกรอบ แน่นอนครับว่า ตัววัดค่า อนุภาค วัดได้น้อยลงแล้วเขาก็สรุปว่า แมส ช่วยการป้องกันการติดเชื้อได้ 74-90%
การวิจัย: https://www.nature.com/articles/s41598-020-72798-7

ข้อสังเกตที่ 1:

ภาพนี้ผมนำมาจากผลการวิจัย รบกวนสังเกตการ เซ็ตอัพ (Setup) ครับ นักวีจัยตั้งเครื่องวัดไว้ข้างหน้าผู้เข้าทดลองพอดี แล้ว ใช้ตัวกรวย Funnel) กันเอาไว้ไม่ให้ molecule ที่ออกมาทางอ้อม (เหมือนในชีวิตจริง) เข้าถึงตัวเครื่องวัด แน่นอนครับว่าตัวเลขต้องน้อยลง แต่ในชีวิตจริงการแพร่ไม่ได้เป็นอย่างที่เข้าจัดตั้ง เพราะในชีวิตจริงลมหายใจจะออกมาจากด้าน บน ล่าง ค้าง แล้ววนไปด้านหน้า ตามคลิปที่แสดงให้เห็น

ข้อสังเกตที่ 2: ในการวิจัยระบุไว้ว่า

ประสิทธิภาพการนับ APS ลดลงต่ำกว่า ~ 0.5 µm และด้วยเหตุนี้การนับอนุภาคระหว่าง 0.3 ถึง 0.5 µm จึงน่าจะประเมินค่าจำนวนจริงต่ำไป

หมายความว่าอย่างไรครับ? ​หมายความว่าเครื่องที่เขาใช้ ไม่สามารถนับอนุภาคระหว่าง 0.3 ถึง 0.5 µm แล้วไวรัสมีขนาดเท่าไหร่? 0.25 – 0.5µm (เฉลี่ยที่ประมาณ 0.25-0.3µm) จบข่าวครับ เครื่องนี้ไม่เหมาะสมแก่การใช้ทำวิจัยด้วยซ้ำ การวิจัยที่ถูกต้องและแม่นยำต้องเป็นแบบ RCT และมาจากหน่วยงานรัฐบาลของสหรัฐฯ​ nih.gov ที่ผมได้แสดงข้างต้น

สรุป

แมสไม่สามารถป้องกันการติดเชื้อ หรือ ป้องกันการแพร่เชื้อให้ผู้อื่นได้ นอกจากนี้ยังก่อให้เกิด Hypercabnia ซึ่งทำให้ร่างกายเป็นกรดจึงติดเชื้อโควิดง่ายขึ้น และในขณะเดียวกันก่อให้เกิดภาวะ Hypoxia ที่กด/ยับยั้งการตอบสนองของภูมิคุ้มกัน เมื่อรวมกันแล้ว เป็นอาวุธที่ทำร้ายพวกเราอย่างรอบด้านครบทุกประการ เรื่องนี้นักวิทยาศาสต์ที่ถูกเซนเซอร์ออกมาเตือนมากมาย คุณสามารถหาข้อมูลของท่านเหล่านี้ได้ที่ Bitchute.com แล้วค้นหาคำว่า Mask

ผมขอเชิญชวนให้คุณลองพิมพ์ผลการวิจัยแล้วลองไปปรึกษาแพทย์ครับ แล้วตั้งคำถามเข้าถึงแก่นให้ได้ หากคุณหมอบอกว่าแมสช่วยได้ ลองขอท่านผลวิจัยที่แสดงให้เห็นว่าแมสป้องกันการแพร่เชื้อแบบ aerosol ได้ และ ขอให้ท่านอธิบายผลการวิจัยที่สรุปแล้วว่า แมสไม่สามารถป้องกันได้ ให้ท่านดูคลิปทั้ง 3 คลิปก็ได้ครับ แต่รบกวนอย่าปล่อยให้ทุกอย่างไปตามน้ำ เพราะ เราทุกคนกำลังเดินไปสู่วาระ Agenda 21 ( 21 หมายถึงศตวรรษที่ 21 ไม่ใช่ปี 2021นะครับ ) ซึ่งมีหลายอย่าง หนึ่งในนั้นคือ ลดประชากรโลกให้สำเร็จภายในปี 2030 การสวม แมส คือการทำลายภูมิต้านทานอย่างช้าๆ

ลองปิดข่าวปิดสื่อสักพักและนั่งคิดด้วยสติ ปราศจากความกลัว ครับว่า

  • จำนวนผู้ติดเชื้อ 92% เป็นผลเท็จ (False Positive)
  • จำนวนผู้เสียชีวิต 94% มีสาเหตุอื่นร่วม (Deaths with comorbidity)
  • สื่อ แพทย์ และ รัฐบาล กล่าวข้อมูลจริงเป็นปลอมหนักมาก
  • มีการปิดบังข้อมูลเช่น อัตราการเสียชีวิตของไข้วัดใหญ่กับโควิดพอๆกัน (0.1%)
  • มีการปิดบังข้อมูลเช่น คนอายุน้อยกว่า 49 มีอัตราการเสียชีวิตที่ 0.0068% ซึ่งน้อยกว่า ไข้หวัดใหญ่ 14.7 เท่า
  • ยารักษาก็มี เช่น hydroxychloroquine หรือ Ivermectin แต่ถูกปิดและปล่อยข่าวว่าไม่ปลอดภัย และปล่อยให้คนตาย
  • เราถูกบอกให้ใส่แมสที่ทำให้เราติดเชื้อไม่ใช่ป้องกัน
  • ถูกกดดันอย่างหนักกับการฉีดยาทดลอง ที่ฆ่าไปแล้วหลักแสนคนทั่วโลกแต่ถูกปิดข่าว
  • กดดันบังคับให้ฉีดเพื่อป้องกัน ด้วยยาที่เขาพูดเองว่ามันป้องกันไม่ได้ และป้องกันสิ่งที่ถูกสร้างขึ้นมาเอง (ใช่ครับ หลักฐานมีครบว่านี้ไม่ใช่ไวรัสแต่เป็นอะไรบางอย่างที่มนุษย์ปล่อยออกมา)
  • สื่อ และ แพทย์ ยุให้ล็อกดาวน์ตลอด บนพื้นฐานจำนวนผู้ติดเชื้อที่ 92% เป็นผลเท็จ
  • ที่สำคัญที่สุดคือ WHO องค์การอนามัยโลกออกมาพูดเอง ซึ่งสำนักข่าวอย่าง Forbes และ CNBC ก็ทำข่าว (แบบเงียบๆ ลงในเว็บไซต์) ว่า ผู้ติดเชื้อแบบไม่มีอาการแทบไม่สามารถแพร่เชื้อให้ผู้อื่นได้ … แล้วทุกวันนี้ที่ล็อกดาว์นทำให้ทุกคนหมดตัวเพราะป้องกันการแพร่เชื้อจากผู้คนที่ติดแล้วไม่มีอาการไม่ใช่หรือ?​ แล้วใส่แมสเพื่ออะไร?​

แปลไทย “WHO กล่าวว่าการแพร่กระจายของ โคโรน่าไวรัส โดยไม่มีอาการ ‘ยากมาก’ “

ความแตกต่างของข้อมูลโดยแพทย์ที่ได้ออกทีวี และ แพทย์ที่ถูกเซนเซอร์ + โจมตีโดยสื่อ

ขอเขียนซ้ำครับ – “WHO กล่าวว่าการแพร่กระจายของ โคโรน่าไวรัส โดยไม่มีอาการ ‘ยากมาก’ “

คุณเห็นความผิดปกติอะไรไหมครับ
หรือว่าคุณคิดว่านี้คือโรคระบาดโดยธรรมชาติ?

หากคุณสนใจเข้ากลุ่มสนทนาเรียนเชิญครับ ดาวน์โหลดแอ็ป เทเลแกรม (Telegram) และคลิกที่ลิ้งค์นี้ไปยังห้องสนทนา –> Telegram Group

As the COVID-19 pandemic began, doctors and scientists began warning people that David was a hoax. Later, their information, videos, and channels began to be removed from all social media. I became suspicious and followed their personal websites, where I received the information I'm sharing with you. I am not a doctor and this site is not a medical advice site. I simply present (and translate) information from experts to provide you with a constantly censored source of information so that you can decide for yourself what is right and what is wrong and what you should do that will give you the best outcome. This is important information, and I can't help but share it with others, so I've created this website. If you think other Thais should know about this information, please share it. Finally, I think we must protect our rights and not allow forced injections. Our bodies are ours and only we have rights over them. thank you

3 COMMENTS

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.