ศ. ดร. สุจริต ภักดี – นักจุลชีววิทยา | Johannes Gutenberg Universitat Mainz เยอร์มัน

17
43706

ศาสตราจารย์ นายแพทย์ สุจริต ภักดี เป็นนักไวรัสวิทยาชาว ไทย-เยอรมัน และศาสตราจารย์ด้านจุลชีววิทยาที่ถูกกล่าวถึงมากที่สุดในประวัติศาสตร์เยอรมันในแขนงจุลชีววิทยา ท่านเป็นคนไทยที่เกิดในสหรัฐอเมริกาและได้รับการศึกษาในสวิตเซอร์แลนด์ อียิปต์ และไทย ท่านเรียนแพทย์ที่มหาวิทยาลัยบอนน์ ท่านเป็นอดีตหัวหน้าสถาบันจุลชีววิทยาทางการแพทย์และสุขอนามัยในเยอรมนี

สำคัญ

” คนไทยกำลังฉีดยาทดลองนี้ ทั้งตัวเขาเอง และ คนที่เขารัก คุณได้รับข้อมูลนี้แล้ว โปรดช่วยผู้อื่นออกจากความมืดของการไม่รู้ ผมไม่ได้ต่อต้านหรือขัดขวางใคร แต่ผมคิดว่า ทุกคนมีสิทธิที่จะได้รับข้อมูลทุกด้านทุกมุม โดยเฉพาะเมื่อข้อมูลมาจากผู้รู้ ก่อนที่จะตัดสินใจว่าจะรับวัคซีนหรือไม่ ได้โปรดแชร์ ขอบคุณและขออนุโมทนาบุญด้วยครับ 🙏🏻” – อดิเทพ จาวลาห์​

ศาสตราจารย์ สุจริต ภักดี – “หน่วยงานด้านยาของยุโรป EUROPEAN MEDICINES AGENCY (EMA) ไม่ตอบรับ”

เรายังไม่ได้เวลาทำ Sub-Title ต้องขออภัยครับ แต่ด้วยความที่คลิปนี้สำคัญ เราพิมพ์และแปลตามคำอธิบายใต้คลิปนี้

คลิกที่นี้เพื่อ ขยาย/ย่อ ซับไทยของคลิปด้านบนครับ

ผมชื่อ สุจริต ภักดี ผมเป็นแพทย์ที่มีประสบการณ์มายาวนานในด้านจุลชีววิทยาและโรคติดต่อ ที่สถาบันจุลชีววิทยาและสุขอนามัยที่มหาวิทยาลัย Mainz ตั้งแต่ปี 1990 จนกระทั่งผมเกษียณในปี 2012 ผมพูดกับคุณในวันนี้ในนามของกลุ่มแพทย์และนักวิทยาศาสตร์ที่ไม่แสวงหาเป้าหมายทางการเมืองและไม่แสวงหาผลประโยชน์ส่วนตัว แรงผลักดันของเราคือการนำการปฏิบัติทางการแพทย์ที่ดีให้เป็นหลักในการในการใช้งาน และปฏิบัติหน้าที่ในการดูแลสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของเพื่อนมนุษย์เท่านั้น และเพื่อหลีกเลี่ยงอันตรายที่ตามมาจากความรู้ที่ไม่เพียงพอ

วิกฤตโคโรนาได้ก้าวไปสู่ขั้นที่เราอยู่อย่างหวาดกลัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับพลเมืองและลูกๆ ที่มีสุขภาพดีของเรา ความกังวลของเราเกี่ยวข้องกับวัคซีนจากยีนซึ่งขณะนี้กำลังถูกฉีดอยู่ในร่างของคนจำนวนนับไม่ถ้วน ที่ไม่ทราบถึงอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้ แทบไม่มีใครรู้ว่า ก็อปปี่ของยีนไวรัสหลายล้านชุดจะแผ่กระจ่ายไปทั่วร่างกาย และเข้าสู่เซลล์ที่โดยปกติแล้ว ไวรัสไม่สามารถเข้าถึงได้ มีเพียงไม่กี่คนที่รู้ว่าสิ่งนี้สามารถจุดชนวนให้เกิดเหตุการณ์ภูมิต้านทานโจมตีได้ เนื่องจากระบบภูมิคุ้มกันถูกหลอกให้เชื่อว่ามีไวรัส จะต้องต่อสู้กับไวรัส มีเพียงไม่กี่คนที่รู้ว่าวัคซีนที่ออกแบบโดยพันธุกรรมดังกล่าวไม่เคยได้รับการอนุมัติให้ใช้กับมนุษย์ น้อยคนนักที่จะรู้ว่าวัคซีนโควิดเพิ่งได้รับ การอนุมัติแบบมีเงื่อนไข เพื่อใช้ในกรณีฉุกเฉินเท่านั้น ในอีกสองปีข้างหน้าจะมีการพิจารณาว่าผลประโยชน์ในการใช้วัคซีนว่า มีคุนมากกว่าความเสี่ยงหรือไม่ ทุกคนที่ได้รับการฉีดวัคซีนตอนนี้ เป็นส่วนหนึ่งของการทดลองของมนุษย์จริงๆ แน่นอนไม่มีใครมีความรับผิดชอบใดๆ เพราะด้วยการฉีดวัคซีนภายใต้กฎฉุกเฉิน ผู้ผลิตไม่รับประกันใดๆ ทั้งสิ้น.. ในกรณีเกิดปฏิกิริยารุนแรงหรือแม้กระทั่งในกรณีที่เสียชีวิต พวกเขาไม่มีความผิดใดๆ

เราสนับสนุนการใช้วัคซีนที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพโดยหลักการ เรายืนยันว่าประสิทธิภาพ และ ความปลอดภัยของวัคซีนโควิดยังไม่ได้รับการพิสูจน์ และเราเรียกร้องให้พิจารณาประเด็นพื้นฐานเหล่านี้อีกครั้ง ก่อนที่การอนุมัติการฉีดวัคซีนจะได้รับอนุญาตให้ดำเนินการต่อไปได้ เนื่องจากเราทราบว่ามีการรายงานผลกระทบที่หลากหลายหลังการฉีดวัคซีนให้กับบุคคลที่อายุน้อยที่มีสุขภาพดีก่อนฉีด นอกจากนี้ รายงานจากทั่วโลกยังหลั่งไหลเข้ามาเรื่อยๆ เป็นคลื่นของความตายในบ้านพักคนชรา เกิดขึ้นด้วยการฉีดวัคซีนของผู้อยู่อาศัยในทันที แม้ว่าเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์จำนวนหนึ่งจะต้องเกิดขึ้นเนื่องจากความบังเอิญ แต่จำนวนกรณีรายงานดังกล่าวมีเยอะ และ น่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง เรากังวลว่ามีการตรวจสอบสาเหตุที่เป็นไปได้ของการเจ็บป่วยหรือการเสียชีวิตไม่เพียงพอภายใต้สถานการณ์เหล่านี้

อันที่จริงแล้วถ้าใครก็ตามที่มีการศึกษาทางการแพทย์ที่ได้ศึกษาองค์ประกอบของวัคซีน จะต้องตระหนักว่ามีเหตุผลทุกประการที่จะคาดการผลข้างเคียงที่ร้ายแรง เมื่อวัคซีนเข้าสู่กระแสเลือด ซึ่งเป็นสิ่งที่จะเกิดขึ้น มันจะติดอยู่ที่นั่นและจะเข้าสู่เซลล์บนผนังของหลอดเลือด และกระตุ้นให้ผลิตโปรตีนไวรัส

สองสิ่งอันตรายต้องถูกคาดการว่าจะเกิดขึ้น

1. ก็อปปี่จำนวนมากของ ‘หนาม’ ไวรัสจะปรากฏบนผิวเซลล์ สิ่งเหล่านี้อาจกระตุ้นเกล็ดเลือดโดยตรง ซึ่งจะทำให้เกิดการแข็งตัวของเลือด

2. เซลล์ที่ผลิตโปรตีน สไปค์ ‘หนาม’ อาจถูกโจมตีโดยระบบภูมิคุ้มกันของเราเอง เนื่องจากระบบภูมิคุ้มกันได้รับการฝึกฝนให้รู้จักและทำลายเซลล์ที่ผลิตไวรัส ความเสียหายต่อหลอดเลือดจะต้องถูกคาดว่า อาจเกิดลิ่มเลือดเช่นกัน แนวโน้มของการเกิดเหตุการเช่นนี้จะสูงขึ้นในบุคคลที่ได้รับวัคซีนเข็มที่ 2 เช่นเดียวกับผู้ป่วยที่เคยติดเชื้อไวรัสโคโรนาใดๆ ก็ตาม ก่อนหรือหลังการฉีดวัคซีนไม่นาน

สิ่งนี้อาจจะมีส่วนในการเสียชีวิตในบ้านพักคนชรา และเช่นเดียวกับที่มีรายงานการเจ็บป่วยรุนแรงและการเสียชีวิตที่เกิดขึ้นในคนหนุ่มสาวและวัยกลางคนเนื่องจากลิ่มเลือด การเกิดลิ่มเลือดในเส้นเลือดของผู้คนเป็นอันตรายถึงชีวิตได้เสมอ ลิ่มเลือดก่อตัวสามารถเกิดขึ้นตามจุดต่างๆ เช่น ในสมอง ไขสันหลัง หัวใจ การหยุดชะงักของการไหลเวียนของเลือดอาจส่งผลอย่างถาวรและอาจถึงแก่ชีวิตได้

ด้วยเหตุนี้เราจึงเขียนจดหมายถึง EMA (European Medicine Agency) เป็นการส่วนตัวโดยแจ้งข้อกังวลของเราและขอหลักฐานว่าผลกระทบที่เป็นอันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากวัคซีนเหล่านี้ รวมอยู่ในการศึกษาทางคลินิกก่อนการอนุมัติ อย่างไรก็ตาม เราไม่ได้รับการตอบกลับจาก EMA และเราถูกบีบให้เชื่อว่าการศึกษาถึงความอันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากวัคซีนไม่เคยถูกพิสูจณ์ว่าจะไม่เกิด ตอนนี้เรารู้สึกว่าเราจำเป็นต้องเปลี่ยนจดหมายส่วนตัวให้เป็นจดหมายสาธารณะ และเราขอเรียกหาคุณ (ประชาชน)​ให้เข้าร่วมในภารกิจของเราเพื่อนำความโปร่งใสมาสู่ปัญหาร้ายแรงและเร่งด่วนนี้ เรามาเริ่มต้นกันด้วยการท้าทายหน่วยงานที่กำกับดูแลทางการแพทย์ในการให้ข้อมูล จำนวนบุคคลที่เสียชีวิตภายใน 28 วันหลังจากได้รับวัคซีน โควิด 19

เรา ประชาชน มีสิทธิตามกฎหมายและจริยธรรมที่จะได้รับแจ้งเกี่ยวกับความเสี่ยงของการแทรกแซงทางการแพทย์ใดๆ ซึ่งรวมถึงความเสี่ยงจากหลักฐานที่ขาดหายไป และสิทธิในการไม่เป็นผู้รับการทดลอง ถึงเวลาแล้วที่เราทุกคนจะต้องยืนยันสิทธิ์เหล่านี้เพื่อความปลอดภัยของลูกหลานของเราและคนรุ่นต่อไป และเรียกร้องให้รัฐบาลของเราคืนสถานะและปกป้องพวกเขา ถึงเวลาที่รัฐบาลจะลงมือ ถึงเวลาที่เราทุกคนจะต้องลงมือ..และเวลานั้นคือตอนนี้


คลิปต่อไป

 

คลิกที่นี้เพื่อ ขยาย/ย่อ ซับไทยของคลิปด้านบนครับ

สิ่งที่เราเห็นคือการทดลอง (วัคซีน)​ กับคนหลายพันคนในโลกที่ไม่เคยผ่านการทดลองใดๆ เกี่ยวกับอันตรายของมัน หากคุณใส่ยีนแปลกปลอมในร่างกายของคุณและนั่นคือสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในการทดลองตามยีน คุณใส่ยีนของไวรัสไว้ในร่างกายของคุณยีนนั้นจะถูกดูดเข้าโดยร่างกายของคุณ และเซลล์ของคุณจะกลายเป็นโรงงานในการผลิตเชื้อไวรัสเหล่านี้ นั่นคือสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น ในร่างกายของคุณ เราไม่รู้ว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่ไหน แน่นอนว่ามันเกิดขึ้นในต่อมน้ำเหลืองของคุณในเซลล์ในต่อมน้ำเหลืองของคุณ

อะไรคือกฎทางตรรกะพื้นฐานในวิทยาภูมิคุ้มกัน ถ้าเซลล์สร้างสิ่งแปลกปลอม .. โปรตีนจากไวรัส..? ในระหว่างการผลิตโปรตีนของไวรัสจะมีของเสียที่ไม่ได้ใช้และของเสียนี้จะถูกวางไว้หน้าประตู ประตู (ผนังเซลล์) และระบบภูมิคุ้มกันของคุณ  ลิมโฟไซต์นักฆ่า ของคุณมองเห็นของเสียนี้ จากนั้นก็เข้ามาโจมตีเซลล์นี้และฆ่าเซลล์ของคุณ เพราะมันรู้ว่าเซลล์กำลังทำสิ่งที่ไม่ควรทำ มันผลิตโปรตีนไวรัส .. โอเคไหม?

มันจะเป็นเช่นนี้หากคุณมีลิมโฟไซต์รู้จักของเสียของไวรัสนี้ ผมเชื่อว่าเมื่อผู้คนเริ่มคิดค้นวัคซีนที่ใช้ยีนพวกเขาไม่ได้คิดถึงความเป็นไปได้ที่ คุณซึ่งเป็นผู้รับวัคซีน จะมีลิมโฟไซต์นักฆ่าที่รับรู้สิ่งนี้อยู่แล้วเพราะพวกเขาคิดว่าไวรัสตัวนี้เป็นไวรัสใหม่ คุณเข้าใจไหม

และเมื่อวัคซีนเริ่มเข้าสู่การทดลองกับคนหลายพันคน นักภูมิคุ้มกันวิทยาได้ค้นพบว่ามีเซลล์เม็ดเลือดขาวที่เป็นตัวฆ่าเหล่านี้อยู่ในร่างกายอยู่แล้ว นั่นคือสิ่งที่ทำให้เราคิดทันที .. โอ้พระเจ้า .. ถ้าเซลล์เม็ดเลือดขาวนักฆ่าเหล่านั้นมีอยู่ในร่างกายของคุณอยู่แล้ว มันจะปลุกนักฆ่าเหล่านี้อีกครั้งเมื่อผลิตภัณฑ์เหล่านี้ปรากฏขึ้นอีกครั้งและ … (อาจารย์ส่ายศีรษะ) … ผมสอนวิทยาภูมิคุ้มกันมา 30 ปี มันไม่มีทางที่ลิมโฟไซต์นักฆ่าเหล่านี้จะไม่โจมตีเซลล์ของคุณ

ไม่มีทางอื่น พวกเขาถูกสร้างขึ้นโดยพระเจ้าเพื่อทำสิ่งนี้และพวกเขาจะทำเช่นนี้ต่อไป ผมคิดว่าโรคแพ้ภูมิตัวเองสามารถเกิดขึ้นได้จากวัคซีนที่ใช้ยีนเหล่านี้ คุณจะเห็นว่าวัคซีนที่ใช้ยีนเหล่านี้มีผลข้างเคียงที่ค่อนข้างรุนแรง แขนบวม ปวด บวมแดง มีไข้ ปวดหัว ปวดข้อ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ .. ผลข้างเคียงเยอะมากจน astrazeneca ต้องเปลี่ยนมาตรการของการทดลอง โดยให้พาราเซตามอลไปพร้อมๆ กันเพื่อทนวัคซีนได้ .. สิ่งนี้ไม่ควรได้รับอนุญาต คุณห้ามอนุญาตให้เปลี่ยนมาตรการ .. แต่เขาได้ทำและได้รับการยอมรับจากเจ้าหน้าที่แล้ว ซึ่งผมรู้สึกว่ามันน่าตกใจมาก “

 

 

ข้อมูล (เก่า)​ อื่นๆ ของอาจารย์ ที่เราพบ

คลิกที่นี้เพื่อ ขยาย/ย่อ

ข้อมูลนี้เป็นข้อมูลเก่าซึ่งท่านอาจารย์อาจพูดในสิ่งที่ช่วงเวลานั้นยังไม่ได้เกิดขึ้น

1. วัคซีน เฉพาะตัวมันเองก็ทำให้เกิดผลข้างเคียงอยู่แล้ว : วัคซีนป้องกัน Covid – 19 ในช่วงการทดสอบนี้ไม่เคยทดสอบกับผู้สูงอายุ เกือบทั้งหมดทดลองกับคนหนุ่มสาวที่แข็งแรง เท่านั้น ราวครึ่งนึงมีไข้ หนาวสั่น ปวดกล้ามเนื้อ มีภาวะบวมน้ำเหลือง ปวดหัว และไม่สบาย ดังนั้นถ้าฉีดวัคซีนนี้ให้กับคนสูงอายุที่มีอาการเหล่านี้อยู่ก่อนแล้ว ก็จินตนาการไม่ออกว่าหลังจากได้รับวัคซีนไปแล้วจะเป็นอย่างไร

2. วัคซีนมีส่วนประกอบหลายอย่างซึ่งสารหรือสิ่งที่ถูกห่อหุ้ม (mRNA) อาจทำให้เกิดการแพ้อย่างรุนแรง

3. วัคซีนนี้อาจทำให้เกิดปฎิกริยาเกินจริง (Overreaction) กับการติดเชื้อที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติตามมา เช่นไข้หวัดใหญ่ วัคซีนจะทำให้การทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน ทำงานเกินจริง ผลการทดลองในสัตว์ สำหรับเชื้อไวรัส ซาร์ – โควิด -1 พบว่ามันทำให้เกิดการขยาย (Amplification) ของระบบภูมิคุ้มกันเพื่อทำปฎิกริยากับโรค ส่งผลให้สัตว์ทดลองเกือบเสียชีวิต ซึ่งเป็นเรื่องที่อันตรายมาก เมื่อคุณฉีดวัคซีนเข้าไป ภายในเวลาไม่กี่นาที วัคซีน (mRNA) จะกระจายไปทั่วร่างกายอย่างรวดเร็ว และมันจะเข้าไปยังเซลล์ที่ไม่ได้ติดเชื้อด้วย และมันจะผลิตไวรัสโปรตีนในเซลล์ของเรา ทำเซลล์ของเราให้เป็นโรงงานผลิตโปรตีนไวรัส และจะทำให้เกิดอาการแพ้ภูมิตัวเอง รวมทั้งอาจส่งผลถึงภาวะเส้นเลือดอุดตัน ซึ่งอาจทำให้เสียชีวิตได้

4. วัคซีนนี้ไม่ควรใช้กับสตรีมีครรภ์ (BioNtech ไบโอเอนเทค ถึงกับห้ามให้วัคซีนกับสตรมีครรภ์เลยทีเดียว) และหากสตรีได้รับการฉีดวัคซีนนี้แล้วก็ไม่ควรมีครรภ์ในระยะ 2 เดือนหลังจากได้รับวัคซีน 

ที่มาของข้อมูล 4 ข้อนี้: Cr. V. Chalermchai

ความจริงของโควิด (บทความ การรวบรวมข้อมูลที่ผมศึกษาตลอด 16 เดือนที่ผ่านมาจาก แพท์/นักวิทยาศาสต์/ทนาย/สื่ออิสระ ทั้งหมด): https://stopthaicontrol.com/แยกไวรัส/1644/

17 COMMENTS

  1. ขอกราบขอบพระคุณท่านอ.ดร.สุจริต ภัคดี และ ท่านนักวิทยาศาสตร์
    ทุกๆท่าน เป็นอย่างยิ่ง ท่านได้เปิดตาสว่างให้กับมวลมนุษยชาติ เพื่อช่วยชีวิตผู้คนทั้งหลายให้ตื่นขึ้นจากผวัง ท่านกล้าเผชิญกับอำนาจมืด ขอพลังแห่งแสงสว่าง อำนาจของพระผู้สร้าง โปรดคุ้มครองทุกๆท่านเอาชนะกับความชั่วร้าย สำเร็จได้ทุกประการ และขอขอบคุณสำหรับทีมผู้แปลภาษาไทย ขอบคุณในการเสียสละของทุกๆท่านเป็นอย่างยิ่ง ขออานิสงค์ใดที่ท่านตั้งใจดีเป็นเกราะคุ้มครองให้ทุกท่าน ปลอดภัยทุกประการนะคะ

    • สวัสดีครับคุณ จัณจ์สุภานิจ

      ใช่ครับ ท่านอาจารย์ทั้งหลายได้ช่วยพวกเราไว้จริงๆ ครับ ผมหวังว่าผู้คนจะได้รับข้อมูลนี้เป็นวงกว้างครับ

      ขอบคุณสำหรับคำอวยพรมากๆครับ 🙏🏻

  2. […] มาดูสถิติอย่างเป็นทางการจาก WHO สถิตินี้ได้รับการอธิบายโดย ดร. สุจริต ภักดี ในคลิปของท่านที่หน้านี้ การเสียชีวิตของผู้คนตามอายุมีดังต่อไปนี้ […]

  3. อยากรบกวนสอบถามค่ะ เรื่องของปอดอักเสบที่เกิดขึ้น อยากทราบว่าเกิดจากสาเหตุใดคะ เราจะถามข้อมูลได้จากที่ไหนคะ คือตอนนี้พอเข้าใจแล้วว่าการตรวจสอบโดย PCR ที่ใช้กันอาจไม่ถูกต้อง ส่งผลต่อตัวเลขของการระบาดที่ไม่ถูกต้อง คืออาจจะไม่มีการระบาดก็ได้ แต่ยังสงสัยเรื่องปอดอักเสบที่เขาเป็นกันว่ามันเกิดจากอะไร ใช่โคโรน่าไวรัสหรือเปล่าอ่ะค่ะ ขอบพระคุณผู้รู้ทุกท่านที่เมตตาตอบนะคะ email: tk09tonkao@gmail.com , line : kaotonkao

    • ปอดอักเสบเกิดได้จากหลายสาเหตุ กระทั้งแค่อาหารหลุดเข้าหลอดลม ในไทยมีปอดอักเสบอยู่แล้วเป็นแสนรายต่อปี

    • เรื่องนี้ยาวครับ ผมจะเขียนบนความเรื่องนี้ ช่วงนี้ผมเน้นเรื่องวัคซีนที่เร่งด่วนมากกว่าครับ
      แต่เพื่อตอบคำถามคุณ​ Thidatip แบบสั้นๆ สิ่งที่พวกเขาทำคือเขาใช้ เครื่อง PCR ในการตรวจผู้ป่วยที่มารับการรักษา PCR ถูกตั้งค่า CT ไว้ให้แสดงผลบวกเท็จ ผู้ป่วยคนนั้นก็จะกลายเป็นผู้ป่วยโควิด และหากเขาเสียชีวิต ก็จะถูกนับเป็น เสียชีวิตด้วยโควิด และ นำไปออกข่าวทำให้คนกลัว ทั้งๆ ที่ผู้ป่วยนั้นเป็นโรคทางปอดจริงๆ แต่มันไม่ใช่เรื่องใหม่ ก่อน 2019 ก็มีคนเป็นโรคนี้เยอะแยะครับ โควิดคือการหลอกลวงเพื่อพลักดันวัคซีนและวาระต่างๆ ที่พวกเขาตั้งใจไว้

  4. สุดยอดข้อมูลดีๆจากคุณขอบคุณครับ

  5. I am trying to find anyone who has translated any of Dr. Bhakdi’s videos into Thai. I would appreciate any opportunity to send this to my Thai family. My Thai is very poor, and my wife’s English is not sufficient to understand the nuances of what Dr. Bhakdi is trying to say, which despite being fairly simple English is still very technical.

    But there is now a very intense pressure campaign being launched throughout the country to try and get people to sign up for this experimental gene therapy irresponsibly called a vaccine. I would be willing to contribute to a bounty to make a Thai translation of this happen. I really think Thai people would trust Dr. Bhakdi.

    I can think of nothing else as important as spreading this information as widely as possible. What is happening with this pandemic and this “vaccine” is truly abhorrent.

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.