ความลับของวัคซีน (ฉบับที่ 2)

45
27064

มีบางอย่างเกิดขึ้นในอดีต และ สิ่งนั้นกำลังเกิดขึ้นในปัจจุบัน

ในปี 2002 ที่โรซาร์สระบาด บริษัทวัคซีนได้พัฒนาวัคซีนเพื่อป้องกันโคโรนาไวรัส เมื่อเข้าถึงกระบวนการทดสอบของวัคซีน นักวิทยศาสต์ฉีดวัคซีนให้กับสัตว์​ ซึ่งได้ผลตอบรับดีมาก วัคซีนผลิตแอนติบอดีได้ดีมากและสามารถป้องกันการติดเชื้อจากโคโรนาไวรัสได้

หลังจาก 56 วัน นักวิทยาศาสต์ได้ทดลองเอาไวรัสโคโรนา (และไวรัสชนิดอื่น)​ ไปโดนสัตว์เหล่านั้นเพื่อดูว่าอะไรจะเกิดขึ้น สิ่งที่เกิดขึ้นในวันที่ 58 คือปรากฏการณ์ทางชีวภาพ ซึ่งนักวิทยาศาสตร์เรียกว่า (ADE หรือ antibody-dependent enhancement) หรือ Antibody Dependant Response หรือ Immune Priming หรือ Immune Super Priming หรือ Cytokine Storm หรือ โรคที่เรียกว่า Auto Immune Diease ซึ่งสิ่งที่นักวิทยาศาสต์ค้นพบก็คือ ภูมิต้านทานของสัตว์เหล่านี้โจมตีตัวเอง และเริ่มฆ่าเซลล์ของตัวเองอย่างรุนแรง ทำให้เกิดภาวะอวัยวะต่างๆ ล้มเหลว โรคแปลกๆ เกิดขึ้น ขึ้นอยู่กับอวัยวะส่วนไหนถูกโจมตี วัคซีน SARS 1 จึงไม่เคยได้รับอนุญาติให้ออกมาสู่ท้องตลาดและฉีดผู้คน

ที่มา: Professor Dolores Cahill การอธิบายทีละขั้น ทีละตอน เกี่ยวกับปฏิกิริยาดังกล่าว

บริษัทเหล่านี้พยายามผลิตวัคซีนที่ปลอดภัยในระยะเวลาเกือบ 20 ปีต่อมาแต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ ทั้งวัคซีนสำหรับโรคซาร์ส เมอร์ส และ RSV เพราะปัญหาเดิมก็ยังคงเกิดขึ้น ซึ่งก็คือ ในช่วงแรกผลดูดีมาก แต่เมื่อสัตว์เหล่านี้โดนไวรัสจริงเข้าไป สัตว์ที่ถูกฉีดวัคซีนมีอาการหนักกว่าสัตว์ที่ไม่ฉีดวัคซีน

ในปี 2021 นี้ เพื่อสร้างวัคซีนโควิด บริษัทวัคซีนได้ผลิตวัคซีนด้วยลักษณะเดียวกันหรือแตกต่างกันน้อยที่สุด (หรือพูดภาษาบ้านๆ ว่า เหมือนๆ กัน)​ ตามที่ระบุไว้ในการตีพิมพ์ใน NIH ข้างล่าง แต่ในคราวนี้บริษัทเหล่านี้ไม่ได้ทดสอบวัคซีนกับสัตว์ และไม่ได้เอาไวรัสไปลองโดนสัตว์เพื่อดูว่า ปรากฏการณ์ทางชีวภาพ ดังกล่าวเกิดขึ้นหรือไม่ พวกเขาอาศัยกฏหมายฉุกเฉิน เอาวัคซีนนี้มาฉีดผู้คนโดยตรง ซึ่งก็คือการทดลองบนมนุษย์โดยตรง โดยที่ไม่รู้เลยว่าอะไรจะเกิดขึ้นใน หลายเดือน หรือ ปี ในอนาคต

เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล่น

มันเป็นเรื่องใหญ่มาก เพราะฉะนั้นผมขอแสดงหลักฐานก่อนที่จะเขียนต่อ หลักฐานมีชัดเจนมาก นี่คือการตีพิมพ์โดย NIH ซึ่งเป็นหน่วยงานทางการ (และอื่นๆ ตามลิงก์ด้านล่าง )

ผมแคปหน้าจอภาพและแปลเป็นภาษาไทยใต้ภาพนี้เพื่อความสะดวกในการรับข้อมูล


บทคัดย่อ

ข้อมูลประกอบ:
โรคทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรง (SARS) เกิดขึ้นในประเทศจีนในปี 2545 และแพร่กระจายไปยังประเทศอื่นๆ ก่อนที่จะถูกควบคุม เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับการกลับมาระบาดอีกครั้งหรือการปล่อยไวรัสซาร์สโดยเจตนา การพัฒนาวัคซีนจึงเริ่มต้นขึ้น การประเมินวัคซีนไวรัสทั้งตัว ที่ปิดใช้งาน ในพังพอนและไพรเมต(สัตว์ตระกูลลิง)ที่ไม่ใช่มนุษย์ และวัคซีนคล้ายไวรัสในหนูทำให้เกิดการป้องกันการติดเชื้อ แต่สัตว์ที่ได้รับการท้าทายเกิดโรคปอดประเภทภูมิคุ้มกัน

การออกแบบ:
วัคซีนทดลองสี่ชนิดสำหรับมนุษย์ที่มีหรือไม่มีสาร adjuvant ได้รับการประเมินในหนู วัคซีน VLP ให้พังพอนและ NHP วัคซีนไวรัสอีกตัวหนึ่ง และ วัคซีน rDNA ที่ผลิต S โปรตีน ถูกฉีดในหนู Balb/c หรือ C57BL/6 ในวันที่ 0 และ ในวันที่ 28 หนูถูกสละเพื่อวัดค่าแอนติบอดีในซีรัมหรือถูกท้าทายด้วยไวรัสที่มีชีวิตในวันที่ 56 ในวันที่ 58 หนูที่ถูกท้าทายถูกสละและนำปอดไปวิจัยทางจุลพยาธิวิทยา

ผลลัพธ์:
วัคซีนทั้งหมดกระตุ้นแอนติบอดีด้วยการเพิ่มโดสและ/หรือสาร adjuvant ที่เพิ่มขึ้น การลดลงของ SARS-CoV สองวันหลังการนำไวรัสไปท้าทายหนู วัคซีนทั้งหมดและ SARS-CoV ก่อนหน้า หนูทุกตัวมีการเปลี่ยนแปลงทางจุลพยาธิวิทยาในปอดสองวันหลังจากการทดสอบ รวมทั้งสัตว์ทุกตัวที่ได้รับการฉีดวัคซีน (Balb/C และ C57BL/6) หรือได้รับเชื้อไวรัสที่มีชีวิต วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ หรือ PBS ที่บ่งชี้ว่ามีการติดเชื้อทั้งหมด จุลพยาธิวิทยาที่พบในสัตว์ที่ได้รับวัคซีน SARS-CoV ตัวหนึ่งนั้นเป็นอิมมูโนพยาธิวิทยาประเภท Th2 อย่างสม่ำเสมอโดยมีการแทรกซึมของ eosinophil ที่โดดเด่น ยืนยันด้วยคราบอีโอซิโนฟิลพิเศษ การเปลี่ยนแปลงทางพยาธิวิทยาที่พบในกลุ่มควบคุมทั้งหมดขาดความโดดเด่นของ eosinophil

สรุป:
วัคซีน SARS-CoV เหล่านี้กระตุ้นแอนติบอดีและป้องกันการติดเชื้อ SARS-CoV อย่างไรก็ตาม ความท้าทายของหนูที่ได้รับวัคซีนใดๆ ทำให้เกิดอิมมูโนพยาธิวิทยาชนิด Th2 ซึ่งบ่งชี้ว่ามีความไวต่อส่วนประกอบ SARS-CoV ควรระวังในการดำเนินการฉีดวัคซีน SARS-CoV ในมนุษย์


ไม่ผิด (และไม่ใช่ข้อมูลเท็จ) ที่แพทย์ทั่วโลกออกมาเตือนประชาชนว่าวัคซีนไม่ได้รับการพิสูจน์ว่าปลอดภัย แม้ผู้คนที่กำลังฉีดอาจรู้สึกว่าฉีดแล้วไม่เป็นอะไร นักวิทยาศาสต์ทั่วโลกกำลังกังวลอย่างหนักว่า เมื่อฤดูไวรัสปกติตามธรรมชาติมาทุกปี (เช่นฤดูหนาว)​ อะไรจะเกิดขึ้น แต่เสียงของพวกเขาไปไม่ถึงผู้คน เสียงบางเสียงที่พอมาถึงบ้างก็จะถูกสื่อกระแสหลัก โจมตีว่าเป็นข่าวปลอม ตัวอย่างที่ดีคือเสียงของ ท่านศาสตราจารย์​ ดร. สุจริต ภักดี มีการทำลายความน่าเชื่อถือของแพทย์นับไม่ถ้วน เพื่อทำให้ผู้คนไม่ใส่ใจในสิ่งที่แพทย์เหล่านั้นพูด เรื่องนี้ไม่ใช่แค่เรื่องข่าวจริงหรือข่าวปลอมทั่วไปเท่านั้นครับ แต่คือเรื่องความเป็นความตาย แพทย์ฝ่ายหนึ่งกำลังช่วยดึงผู้คนให้รอดชีวิตไม่ให้ตกเหว แต่อีกฝ่ายหนึ่งพยายามพลักให้ผู้คนตกเหว

  • บริษัทผลิตวัดซีนข้ามขั้นตอนความปลอดภัยขั้นตอนที่สำคัญ ซึ่งผมไม่ต้องอธิบายว่ามันผิดมาก
  • มีการปิดบัง ไม่หยิบขึ้นมาพูด และเมื่อคลิปเหล่านี้ถูกแชร์ออกไป แทนที่จะมีการรับฟังสิ่งที่แพทย์เหล่านี้ แต่สื่อและหน่วยงานรัฐกล่าวหาว่าเป็นข่าวปลอม
  • พวกเขาปล่อยให้วัคซีนออกมาได้อย่างไร หากมันอันตรายขนาดนี้ มีการสนับสนุนวัคซีนกันขนาดนี้ได้อย่างไร
  • FDA ได้ผ่านกฏหมายฉุกเฉินฉบับนี้โดยการตั้งการประชุมขึ้นมา ซึ่งในการประชุม พวกเขาไม่ตอบคำถามนักวิทยาศาสตร์ ตัดบท ตัดคำถาม และ ประกาศกฏหมายนี้ออกมา ซึ่งผมได้เขียนบทความเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างละเอียดในบทความ ได้ยินแต่ไม่ฟัง – การประชุมของ FDA การอนุมัติ กฏหมายวัคซีนฉุกเฉิน เห็นได้ชัดว่าพวกเขารู้แต่ไม่สนใจ
  • ไม่มีการแจ้งผู้รับวัคซีนถึงความเสี่ยงของ ปรากฏการณ์ทางชีวภาพดังกล่าว และ ไม่มีการแจ้งให้ผู้คนทราบว่า นี่คือการทดลองทางการแพทย์บนตัวเขา ตามหัวข้อการตีพิมพ์ “การเปิดเผยความยินยอมแก่อาสาสมัครทดลองวัคซีนที่มีความเสี่ยงต่อวัคซีนโควิด-19 ที่ทำให้โรคในคลินิกแย่ลง” ที่ผมได้แปลข้างล่าง

ต่อไปคือหลักฐานให้เห็นชัดว่า ในเมืองไทยเอง ผู้ที่เกี่ยวข้อง ไม่ให้ความรู้ถึงความเสี่ยงแก่ประชาชนอย่างเปิดเผย

Informed consent disclosure to vaccine trial subjects of risk of COVID-19 vaccines worsening clinical disease
แจ้งการเปิดเผยความยินยอมแก่อาสาสมัครทดลองวัคซีนที่มีความเสี่ยงต่อวัคซีนโควิด-19 ที่ทำให้โรคทางคลินิกแย่ลง

บทคัดย่อ:
จุดมุ่งหมายของการศึกษา: ความเข้าใจของผู้ป่วยเป็นส่วนสำคัญของการปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมทางการแพทย์ของการรับทราบและให้ความยินยอมในการออกแบบการศึกษา จุดมุ่งหมายของการศึกษาคือเพื่อตรวจสอบว่ามีวรรณกรรมเพียงพอที่จะกำหนดให้แพทย์เปิดเผยความเสี่ยงเฉพาะที่วัคซีนโควิด-19 อาจทำให้โรคแย่ลงเมื่อสัมผัสกับความท้าทายหรือการแพร่กระจายของไวรัส

วิธีที่ใช้ในการศึกษา:
วรรณกรรมที่ตีพิมพ์ได้รับการตรวจสอบเพื่อระบุหลักฐานทางคลินิกว่าวัคซีนโควิด-19 อาจทำให้โรคแย่ลงเมื่อสัมผัสกับความท้าทายหรือการแพร่กระจายของไวรัส โปรโตคอลการทดลองทางคลินิกสำหรับวัคซีนโควิด-19 ได้รับการตรวจสอบเพื่อพิจารณาว่ามีการเปิดเผยความเสี่ยงอย่างเหมาะสมหรือไม่

ผลการศึกษา:
วัคซีนโควิด-19 ที่ออกแบบมาเพื่อกระตุ้นแอนติบอดีที่เป็นกลางอาจทำให้ผู้รับวัคซีนไวต่อโรคที่ร้ายแรงกว่าที่ไม่ได้รับการฉีดวัคซีน วัคซีนสำหรับโรคซาร์ส เมอร์ส และ RSV ไม่เคยได้รับการอนุมัติ และข้อมูลที่สร้างขึ้นจากการพัฒนาและทดสอบวัคซีนเหล่านี้ชี้ให้เห็นถึงความกังวลเชิงกลไกที่ร้ายแรง นั่นคือ วัคซีนที่ออกแบบอย่างสังเกตได้โดยใช้วิธีการแบบเดิม (ประกอบด้วยไวรัสโคโรนาไวรัสที่ไม่ได้ดัดแปลงหรือดัดแปลงน้อยที่สุดถึง กระตุ้นแอนติบอดีที่ทำให้เป็นกลาง) ไม่ว่าจะเป็นโปรตีน เวกเตอร์ไวรัส DNA หรือ RNA โดยไม่คำนึงถึงวิธีการนำส่ง อาจทำให้โรคโควิด-19 แย่ลงได้ผ่านการเพิ่มประสิทธิภาพที่ขึ้นกับแอนติบอดี (ADE หรือ antibody-dependent enhancement) ความเสี่ยงนี้ถูกบดบังอย่างเพียงพอในโปรโตคอลการทดลองทางคลินิกและแบบฟอร์มยินยอมสำหรับการทดลองวัคซีนโควิด-19 ที่กำลังดำเนินอยู่ ซึ่งผู้ป่วยที่เข้าใจความเสี่ยงนี้อย่างเพียงพอไม่น่าจะเกิดขึ้นได้ ซึ่งขัดต่อความยินยอมที่ได้รับแจ้งอย่างแท้จริงจากอาสาสมัครในการทดลองเหล่านี้

ข้อสรุปจากการศึกษาและผลกระทบทางคลินิก:
ความเสี่ยงต่อโรคโควิด-19 ที่จำเพาะและสำคัญของ ADE ควรได้รับการเปิดเผยอย่างเด่นชัดและเป็นอิสระต่ออาสาสมัครวิจัยที่กำลังทดลองวัคซีนอยู่ในปัจจุบัน รวมทั้งผู้ที่ถูกคัดเลือกสำหรับการทดลองและผู้ป่วยในอนาคตภายหลังการอนุมัติวัคซีน เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานจริยธรรมทางการแพทย์ของความเข้าใจของผู้ป่วยเพื่อขอความยินยอม


ที่มา: https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/33113270/

คุณเห็นใครออกมาแจ้งเตือนประชาชนเกี่ยวกับเรื่องนี้บ้างไหมครับ?

ใครที่ไปฉีดได้รับแจ้งเตือน เรื่องนี้อย่างครบถ้วน ไหมครับ?

ถ้าไม่ได้รับ พยาบาล โรงพยาบาล และ แพทย์ที่ฉีดยาทดลองนี้ให้คุณ ทำผิดกฏ Nuremberg (นูเรมเบิร์ก — จริยธรรมการวิจัยในมนุษย์)

หากมีแพทย์ท่านใด กำลังอ่านบทความนี้อยู่ ผมขออนุญาติถามท่านด้วยความนอบน้อม และความเคารพเป็นอย่างสูงว่า.. ท่านคิดว่าท่านกำลังทำผิดกฏ Nuremberg อยู่ไหมครับ?​ หากท่านคิดว่าไม่ผิด ผมพอจะรบกวนท่านให้ช่วย คอมเมนต์ (ในนามและอีเมลล์ปลอม)​ ถึงสาเหตุที่เรื่องนี้ไม่ผิดกฏ Nuremberg ได้ไหมครับ ขอบคุณครับ

การที่ผมตั้งคำถามนี้ผมไม่ได้ โจมตีคุณหมอทั้งหลายนะครับ สำหรับผม แพทย์ และ พยาบาล คือ เทวดา ท่านทั้งหลายคือ นาแห่งบุญที่พวกเราทุกคน พึ่งพาอาศัยในยามที่พวกเราป่วย เป็นทุกข์​ แต่พวกเราทุกคนต้องเข้าใจว่า มันไม่ใช่เรื่องง่ายที่หมอจะออกมาพูดความจริง เพราะจะถูก รัฐ และ สื่อ โจมตีอย่างไร้ความปรานี และ ยุติธรรม ทั้งชื่อเสียง เกียรติและศักดิ์ศรี ถูกกล่าวหาว่าด่าเป็นภัยสังคม ต่างๆ นาๆ อย่างที่กำลังเกิดขึ้นกับนักวิทยาศาสตร์และแพทย์ผู้เชี่ยวชาญหลายท่าน

ไม่มีใครรับได้หรอกครับ มันไม่ง่าย ฉะนั้น ผมมองว่าพวกเราทุกคนมีหน้าที่สนับสนุน แพทย์เหล่านี้ และ ให้กำลังใจท่านทั้งหลายว่า ท่านมีเราอยู่เสมอ

สุดท้าย… เรื่องนี้สำคัญที่สุด ผมขออนุญาตเตือนผู้คนด้วยความนอบน้อม ถ่อมตน และความเคารพเป็นอย่างสูงว่า.. ได้โปรด “อย่าเงียบ” “อย่าเฉย” อย่าคิดว่าเมื่อรู้ข้อมูลนี้แล้วคุณจะไม่ฉีดแล้วทุกอย่างจะดีเอง” เพราะนั่นอาจจะเป็นความผิดพลาดครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิตของท่านได้ เพราะ:

  1. หากท่านไม่ลุกขึ้นมาทำอะไรสักอย่างกับเรื่องนี้ ผู้คนมากมายจะยังคงไม่รู้และรับยาทดลองนี้ต่อไปเรื่อยๆ หากคุณรู้แล้วไม่เตือนเพื่อนมนุษย์ ก็ไม่ต่างจากรัฐบาลที่รู้แล้วไม่เตือนประชาชน
  2. หากคุณปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามน้ำ อย่างที่เป็นอยู่ อีกไม่นานรัฐบาลจะออกกฏบังคับทุกคนฉีดยานี้ทางอ้อม แน่นอน 100% ในประเทศกาตาร์ ประชาชนห้ามไปรับประทานอาหารในร้านอาหารแล้ว ถ้าไม่ได้ฉีดวัคซีน อย่าคิดว่าเรื่องนี้เกิดขึ้นไม่ได้ มันกำลังเกิดขึ้นเงียบๆ ในประเทศที่ไม่มีการต่อต้านวัคซีน เพราะความไม่รู้ของผู้คน​ เมื่อเป็นเช่นนั้น คุณและครอบครัวของคุณก็จะหนีไม่พ้นเข็มฉีดยานี้
  3. โปรดอย่ารอ ไม่มีใครกำลังมาช่วยเรา คนที่มีหน้าที่ช่วยกำลังกระทำเราต่างหาก ฉะนั้นได้โปรดอย่าเงียบ ผมคนเดียวพูดไปไม่มีประโยชน์​เราต้องการหลายล้านเสียงครับ
  4. ผมเห็นผู้คนที่ฉีดแล้วออกมารีวิว ‘ปวดนิดหน่อย’ ‘เป็นไข้นิดหน่อย’ ‘ที่เหลือปลอดภัย’… นี่ไม่ใช่สินค้าครับ (ADE หรือ antibody-dependent enhancement) อาจใช้เวลาสูงถึง 16 เดือนก่อนที่จะถล่มร่างกายพวกเรา ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยมาก และคนอายุน้อยจะมีอาการรุนแรงมากกว่า ผู้สูงอายุเพราะ ภูมิคุ้มกันแข็งแรงกว่า ได้โปรดศึกษา (ADE หรือ antibody-dependent enhancement) และ AutoImmune Disease ก่อนรีวิว ขอบคุณครับ ADE ที่เกิดจากวัคซีน คืออะไร?​
  5. และสุดท้าย อย่ากังวล คุณไม่ได้เป็นคนเดียวที่ไม่อยากฉีด มีผู้คนคิดแบบคุณเยอะมาก โดยเฉพาะผู้คนที่เริ่มรู้แล้วว่า วัคซีนไม่ได้ปลอดภัยจริง และโควิดไม่ได้อันตรายเท่าที่ข่าวทำให้เรากลัว
  6. เมื่อวันที่ 20 มีนาคม และ 15 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ผู้คนทั่วโลกร่วมใจกันออกมาเดินแสดงพลังประชาชน อย่างสงบ อบอุ่น และ มีความสุข พวกเราคนไทยอาจไม่ได้รับรู้เรื่องนี้ เพราะสื่อ (ภัยสังคม)​ เซ็นเซอร์ข่าว หรือว่าช่องโปรดที่คุณรับชมทำข่าวเรื่องนี้ให้คุณทราบ? ผมหวังว่าในรอบต่อไป คนไทยจะได้ร่วมใจกันกับชาวโลกใน WORLD WIDE RALLY FOR FREEDOM คุณไม่ได้อยู่คนเดียว คุณอุ่นใจได้และ ผมขอเป็นกำลังใจให้คุณ สู้ๆนะครับ (ลองดูคลิปนี้ครับ 3 นาที )​

เมื่อเดือน พฤษภาคม ที่ผ่านมาผมได้ลงคลิป แพทย์ทั่วโลกออกคำเตือนเร่งด่วน ห้ามรับวัคซีนโควิด-19 เพราะอันตรายต่อร่างกาย ในเว็บไซต์ adithepchawla.com ซึ่งคลิปนี้ได้ถูกแชร์ไปทั่ว มีผู้คนนำไปทำ TikTok แล้วแชร์ต่อๆกัน ต่อมา ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงกับ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ออกมาแจ้งว่าข้อมูลดังกล่าว เป็นข้อมูลเท็จ

ต่อมาผมได้ทำซับไทยของคลิป ศาสตราจารย์ ดร. สุจริต ภักดี ซึ่งก็ถูกแชร์ไปเช่นกัน มีสำนักข่าวชื่อดัง ได้ทำข่าวเรื่องนี้ว่าเป็นข้อมูลเท็จเช่นกัน

สำหรับผู้ที่ฉีดไปแล้ว คุณอาจกังวลกับการรับข้อมูลนี้ ผมเองก็กังวลมาก ผมจึงตั้งหน้าตั้งตาหาข้อมูลเชิงลึกว่า ผู้คนที่ฉีดไปแล้วจะทำยังไงได้บ้าง และข้อมูลที่ผมค้นพบได้ทำให้ผมสบายใจขึ้นมาบ้าง และ ผมเชื่อว่าคุณเองก็จะสบายใจมากขึ้นหลังจากที่ได้รับข้อมูลนี้แล้ว

เนื่องจากข้อมูลที่ผมมานำเสนอในวันนี้ สอดคล้องกับเรื่องราวของคลิปที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นข้อมูลเท็จ ผมขอถือโอกาสนี้นำเสนอข้อมูลอีกด้านหนึ่งให้คุณรับรู้ แล้วให้คุณเป็นผู้ตัดสินว่า แพทย์ที่ออกมาทำคลิปนั้น เป็นข้อมูลจริงหรือเท็จ ใครมีตรรกะทางวิทยาศาสต์มากกว่ากัน

เข็มแรกและเข็มที่ 2 ไม่อันตรายเท่ากับเข็มที่ 3

จากสถิติที่ผมเข้าไปหาดูมา และ คลิปนักวิทยาศาสตร์/แพทย์ต่างๆ ที่ผมเข้าไปศึกษาหาข้อมูลมา รวมถึงข้อมูล VAER แสดงให้เห็น 2 อย่าง

1. ผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจากวัคซีนมีมากขึ้นหลังจากรับเข็มที่สอง ซึ่งหากคุณรับไปเพียงเข็มเดียวก็ถือว่าไม่อันตรายมากนัก

2. ด้วยสาเหตุที่ไม่แน่ชัด แต่หลายคนคิดว่า มีการฉีด Placebo ให้ผู้คนในช่วงแรก Placebo ก็คือน้ำเกลือ ไม่ใช่วัคซีน เพราะในทุกการทดลอง จะต้องมี Control Experiment ซึ่งจะต้องมีการให้ Placebo และ พวกเขาจำเป็นต้องให้กลุ่มแรกๆ เพื่อแสดงให้ผู้คนเชื่อมั่นในวัคซีน เพื่อที่จะเรียกความมั่นใจจากคนกลุ่มหลังๆ ที่กำลังรอดูคนอื่นก่อน นี่คือสาเหตุที่คุณเห็นในข่าวที่ว่า ฉีดวัคซีนแล้วยังติดโควิด เป็นเพราะพวกเขาได้ Placebo มากกว่าครับ

ในบทสัมภาษณ์ของ Dr. Andrew Kaufman ท่านเป็นอาจารย์ที่เก่งมาก ท่านกล่าวว่า ไม่ต้องกังวลกับสองเข็มแรก ของจริงคือเข็มที่ 3 เป็นต้นไป เพราะ 2 เข็มแรกเน้นพลักให้ผู้คนเชื่อและพลักดันกฏหมายต่างๆ ก่อนเช่น e-passport

แต่นั้นไม่ได้หมายความว่า 2 เข็มแรกปลอดภัย ความหมายคือ คนกลุ่มแรกที่ได้รับ อาจได้ Placebo ไม่ใช่วัคซีน

ผมมีข่าวดีเพิ่มครับ มีนักวิทยาศาสต์ชั้นนำของโลก ที่มีคุณธรรม ความมุ่งมั่น มีแรงบันดาลใจที่ต้องการแก้ปัญหานี้ ไม่ใช่เพราะเงิน และ พวกท่านเต็มเปี่ยมไปด้วยความสามารถ กำลังหาทางแก้ให้ท่านอยู่ครับ ADE ไม่ใช่เรื่องใหม่ และไม่ใช่ไม่มีทางรักษาครับ เพียงแต่ต้องได้รับการรักษาที่เร็ว ผมเชื่อว่าคงไม่ยากเกินไปที่จะแก้ปัญหานี้ครับ ไว้ผมจะไปหาข้อมูลเพิ่มเติมมาแชร์ให้ท่านครับ สู้ๆ นะครับ


คนไทยรู้ทันวัคซีน

Telegram:https://t.me/thailand_covid_vaccine_news

บทความสำคัญที่เราแนะนำ: ADE ที่เกิดจากวัคซีน คืออะไร?​

หากคุณสนใจเรียนเชิญเข้ากลุ่ม “คนไทยรู้ทันวัคซีน” ครับ Telegram Group

บทความอื่นๆ

หมายเหตุ: การแปล – เราใช้ Google Translate ในการแปล ผู้อ่านควรยึดการตีพิมพ์ต้นฉบับเป็นหลักในการรับข้อมูล

ที่มาของข้อมูล:

  • Dr. Micheal Yeadon: ปริญญาเอก Respiratory and Research Scientist เป็นนักวิทยาศาสตร์ กว่า 40 ปี ในด้าน Bio-Chemistry & Toxicology & Respiratory และ ท่านเป็นอดีตหัวหน้านักวิทยาศาสต์ในการผลิตวัคซีนที่บริษัท ไฟเซอร์
  • Dr. Michael Levitt ท่านได้รับรางวัลโนเบล ท่านกล่าว นักวิทยาศาสตร์ที่โกหก ควรติดคุก และ ท่านกล่าวถึง WHO อย่างชัดเจน ​
  • Professor Dolores Cahill ท่านศึกษาวัคซีนมาทั้งชีวิตของท่าน และ ท่านอธิบายทีละขั้น ทีละตอนว่า วัคซีนจะฆ่าผู้คนอย่างไร
เมื่อโควิดเริ่มระบาด กลุ่มแพทย์ และ นักวิทยาศาสต์ เริ่มออกมาเตือนผู้คนว่า โดวิดคือการหลอกลวง ต่อมาข้อมูล คลิป และ channel ของท่านเหล่านี้ เริ่มถูกลบออกจากโซเชียลทั้งหมด ผมจึงเริ่มสงสัยและตามเข้าไปในเว็บไซต์ส่วนตัวของพวกท่าน แล้วได้รับข้อมูลต่างๆ ที่ผมนำมาแชร์ให้คุณทราบ ผมไม่ใช่หมอ และเว็บไซต์นี้ไม่ใช่เว็บไซต์การให้คำปรึกษาทางการแพทย์ ผมเพียงแต่แสดงข้อมูล (และแปลข้อมูลเป็นภาษาไทย) ของผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้คุณรับข้อมูลที่กำลังถูกเซนเซอร์อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้คุณไปพิจรณาเอาเองว่า อะไรถูก อะไรผิด และ คุณควรทำอะไรซึ่งจะเป็นผลลัพธ์ที่ดีที่สุดสำหรับคุณ เรื่องนี้สำคัญ ผมไม่แบ่งปันข้อมูลเหล่านี้กับผู้อื่นไม่ได้ ผมจึงออกมาทำเว็บไซต์นี้ หากคุณคิดว่าคนไทยคนอื่นควรรับรู้ข้อมูลเหล่านี้ โปรดแชร์ครับ สุดท้าย ผมคิดว่าพวกเราต้องรักษาสิทธิ์ของเรา ไม่ให้มีการบังคับฉีดยาทางอ้อม ร่างกายของเรามีเพียงเราเท่านั้นมีสิทธิ์บนร่างกายนี้ ขอบคุณครับ

45 COMMENTS

      • ตอนนี้มีคนเดือดร้อนค่ะ อยากเข้าถึงกฏหมายนูเรมเบิร์ก เพราะต้องเข้ารับวัคซีน ถ้าใครไม่รับวัคซีนก็จะเหมือนแกะดำ ผิดแปลก เหมือนโดนบังคับทางอ้อม ถ้าไม่มีใบแสดงยืนยันการฉีดวัคซีนก็ห้ามเดินทาง

        • สวัสดีครับคุณประภาวรรณ
          ขอบคุณสำหรับคอมเม้นครับ สิ่งที่คุณประภาวรรณหยิบขึ้นมาพูดสำคัญมากครับ เพราะมีผู้คนตกอยู่ในสถานการณ์แบบนี้เยอะมาก ผมมีความคิดเห็นดังนี้ครับ:
          1. การที่เราเป็นแกะดำนั้นสะท้อนให้เห็นว่า คนไทยส่วนใหญ่ไม่รู้ถึงภัยของวัคซีน วิธีแก้คือใครก็ตามที่บีบให้เราไปฉีด ส่งบทความนี้ให้เขาอ่านครับ
          2. พวกเราต้องเข็มแข็งครับ ผู้คนทั่วโลกถูกโจมตีทางจิตวิทยา ตอนนี้ผู้คนอยู่ในสภาวะไม่ต่างกับถูกสะกดจิต/ล้างสมอง คนที่ตื่นแล้วต้องช่วยกันปลุกคนอื่น ระหว่างนั้นต้องอดทนครับ ก่อนหน้านี้ช่วงแรกๆ ผมก็โดนเล่นงานเหมือนกัน ตอนนี้ก็ยังมี ไม่ใช่แค่แกะดำ ผมแทบกลายเป็นตัวตลกที่ออกมาพูดเรื่องนี้ สิ่งเดียวที่ผมจำคือ คนที่ปลุกผมทนแรงกดดังจากสังคมและไม่ยอมแพ้ ผมจึงตื่น ตอนนี้ผมก็จะทน และผมขอให้ทุกคนอดทนครับ อีกไม่นานผู้คนก็จะตื่นมากขึ้นเรื่อยๆ ช่วยกันแชร์ข้อมูลในหน้านี้ครับ ทำยังไงก็ได้ให้ข้อมูลนี้ถึง (tipping point) 14,000,000 คนให้ได้ วิธีง่ายๆคือ 1 คนแชร์ให้ 10 คน ง่ายมากครับ

          ส่วนเรื่องเดินทาง ผมเชื่อว่ามันเป็นแค่ชั่วคราวครับ กฎนี้อยู่ได้ไม่นาน เพราะประชาชนเป็นใหญ่ ขอบคุณครับ

    • ขอบคุณสำหรับความกล้าหาญที่เปิดเผยความจริงสู่สังคม มันเป็นเรื่อน่าเสียใจมากที่ศูนย์ชัวร์ก่อนแชร์ออกมาดิสเครดิตการให้ข่าวของนักวิชาการเห็นต่างเพียงเพราะเราไม่เชื่อมั่นในยาจากธรรมชาติ บุญรักษาครับ

  1. เห็นด้วยอย่างยิ่งค่ะ ขอบพระคุณ คุณอดิเทพเป็นอย่างยิ่งนะคะ ที่ได้สละเวลาอันมีค่า ค้นหาข้อมูล ข้อเท็จจริง เพื่อช่วยชีวิตผู้คน ขอพระพุทธะ พระโพธิสัตว์ในมหาจักรวาล ทรงโปรดคุ้มครองท่านและทุกๆคนในครอบครัว ปลอดภัย ทุกประการนะคะ💖💖

    • ขอบคุณมากครับคุณ จัณจ์สุภานิจ สำหรับคำอวยพรครับ
      จริงๆ ก็มีคนช่วยผมมาครับ และอย่างที่ผมกำลังเห็น ทุกท่านกำลังช่วยกันแชร์ เป็นสิ่งสวยงามมากครับเวลาที่ทุกคนร่วมมือกันช่วยเหลือกันครับ

  2. กรมควบคุมโรคบอกปลอม มีคนให้ฉันลบโพส. ฉันไม่ลบ แค่บอกลอยๆไม่มีหลักฐานมันไม่เพียงพอ

  3. if you could summarize and make it short and easy to understand, it would be helpful…. and keep all the details for refference

  4. ดิฉันรอคอยตำอธิบายที่กระจ่างชัดมานานแล้วค่ะ ขอบคุณมาก ดิฉันจะรอฟังตอนต่อไปค่ะ

  5. ขอเป็นกำลังใจให้ในการทำสิ่งดีๆ เพื่อเปิดตา ใจของผู้คนที่จะไม่หลงเข้าใจผิดนะคะ ขอพระเจ้าให้สติปัญญา และเสริมกำลังค่ะ 😇

  6. เคยสงสัยและวิเคราะห์ดูโดยรวมแล้ว
    ความเป็นจริงมีสูงมาก
    เพราะมันเกิดจากความโลภมากของมนุษย์
    “สัตว์ใหญ่ไล่กินสัตว์เล็ก”
    แต่ความเป็นคนมันฉลาดกว่า
    ที่จะมีวิธีเอาเปรียบผู้อื่น จากความเห็นแก่ตัว

  7. ขอบคุณมากๆ ค่ะ โปรดช่วยให้ความรู้พวกเราต่อไป อย่าหายไปนะคะ ขอบคุณที่ช่วยชีวิตเราไว้

  8. ผมคิดเช่นกันครับ ว่า วัคซีนถูกผลิตออกมาเร่งด่วนมันข้ามขั้นตอนมากมาย ความปลอดภัยในมนุษย์จึงน้อยลง ส่วนจะรุนแรงแค่ไหนก็คงบอกไม่ได้ มันไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะผลิตวัคซีนภายในปีเดียว

  9. เห็นด้วยอย่างยิ่งค่ะ รบกวนทำเป็นภาษาอังกฤษ ทั้งหมดได้ไหมคะ พอดีสามีเป็นต่างชาติเค้าอ่านภาษาไทยไม่ได้ค่ะ และเค้าไม่เชื่อค่ะ เค้าบอกถ้ามีวัคซีน ไฟเซอร์เค้าจะฉีดค่ะ ในไทยนะคะ ขอบคุณมากค่ะสำหรับข้อมูล

    • สวัสดีครับ
      ผมรบกวนคุณ Salina ไปที่ https://stopthaicontrol.com/ผู้เชี่ยวชาญ/แพทย์/dr-sherri-tenpenny-american-osteopathic-physician/
      ในลิ้งค์คลิปเป็นอังกฤษครับ ผมแนะนำให้เริ่มจากคลิปที่ 2 ครับ

      คนที่ไม่เชื่อบางที่เปลี่ยนความคิดยากครับ ผมแนะนำให้เริ่มจาก คลิปของ Dr. Michael Yeadon, Dr. Sherry Tenpenny, Dr. Andrew Kaufman. 3 ท่านนี้อธิบายดีครับ มีคลิปภาษาอังกฏษครับ -> https://stopthaicontrol.com

      บนเว็บไซต์ bitchute.com freedomplatform.tv thehighwire มีข้อมูลเพิ่มเติมครับ เอาชื่อ ดร. แล้วลองค้นหาดูครับ
      ขอบคุณครับ

  10. ผมก็เคยอ่านบทความลักษณะนี้มาเหมือนกันครับ และผมก็เชื่อแบบนี้ ผมก็ได้แชร์ให้กับเพื่อนๆญาติพี่น้องไปเยอะแล้ว และผมเองก็ตั้งใจจะไม่ฉีดวัคซีนเหมือนกันครับ

  11. ขอบคุณมากๆเลยค่ะที่ให้ความรู้
    นี่ก็พยายามเล่าเรื่องนี้มาอยู่ตลอดเวลาใน fb ค่ะ ใกล้จะเหมือนคนบ้าอยู่แล้ว 5555
    ไม่รู้มีใครพยายามทำความเข้าใจบ้างหรือป่าวว่าตกลงมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่

    ตอนนี้กลัวลิงค์นี้ปลิวมากเลยค่ะ ถ้าหายไปไปตามที่ไหนต่ออีกได้คะ ถามไว้ล่วงหน้าเลย กลัวจริงๆ

  12. ผมไม่เคยคิดจะฉีดเพราะขั้นตอนการผลิตมันไม่สมบูรณ์ไม่ชัดเจน ไม่มีการรับรองความปลอดภัยใดๆด้วย

  13. ขอบคุณครับที่ยังติดตามและช่วยค้นหาข้อมูลรวมทั้งแปลมาให้ทุกคนได้รับรู้แล้วพิจารณาในการตัดสินใจที่มีผลกับชีวิตตัวเอง

    ผมเองก็ติดตามหาข้อมูลหลายช่องทางมาก เช่นในเว็บ Collective Evolution วิดีโอจาก platform Odysee เป็นต้น ซึ่งไม่ถูกเซ็นเซอร์

    ล่าสุดมีข้อมูลเกี่ยวกับการอัตราความเสี่ยงระหว่าง ติดโควิด กับฉีดวัคซีน
    https://www.collective-evolution.com/2021/06/29/new-study-questions-the-safety-of-covid-vaccinations-compared-to-the-actual-virus/

  14. คนติดโควิดกันเป็นแสนๆไม่ได้ฉีดอะไรกินแค่พาราก็หายกลับบ้านมาหมด เพื่อนผมหลายๆคนติดออกมาเล่า มีส่วนน้อยมากที่มีปัญหาตายจากสถิติ แต่วัคซีนพอฉีดไปบางคนดีๆอยู่ก็ตายเลย นี่ยังไม่ต้องลุ้นในอนาคตอีกนะครับหลังได้วัคซีน ดังนั้น ผมขอเสี่ยงติดเองแล้วให้ภูมิคุ้มกันผมสู้เองดีกว่า

  15. เห็นด้วย เป็นอย่างยิ่งคับ เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญมากคับ มีปรากฏอยู่ในคัมภีร์ไบเบิล พระคำวิวรณ์บทที่ 13 ทุกอย่างเลยคับ เดิมที่เจ้าโรคนี้ชื่อ 2019 nCov ใช่ไม๊คับ แต่ตอนหลังมาเปลี่ยน ชื่อเป็น COVID 19
    ผมนำชื่อมาแปลงเป็นตัวเลข ตามพระคัมภีร์บอก น่าอัศจรรย์มาคับ ตัวเลขออกมาตรงเป๊ะ เลยคับ
    ขออนุญาติแชร์ พระคัมภีร์ มาให้อ่านกันน่ะคับ

    สัตว์ร้ายสองตัว
    และข้าพเจ้าเห็นสัตว์ร้ายตัวหนึ่งขึ้นมาจากทะเลมันมีสิบเขาและเจ็ดหัว และมีมงกุฎสิบอันอยู่บนเขาเหล่านั้นของมัน และมีชื่อต่างๆ ที่หมิ่นประมาทพระเจ้าจารึกไว้ที่หัวทั้งหลายของมัน สัตว์ร้ายที่ข้าพเจ้าเห็นนั้นเหมือนเสือดาว ตีนของมันเหมือนอย่างตีนหมี และปากของมันเหมือนอย่างปากสิงโต และพญานาคให้ฤทธิ์เดช บัลลังก์ และสิทธิอำนาจยิ่งใหญ่ของมันแก่สัตว์ร้ายนั้น หัวหนึ่งของมันเหมือนอย่างถูกฟันปางตาย แต่บาดแผลฉกรรจ์นั้นได้รับการรักษาให้หายแล้ว คนทั้งโลกติดตามสัตว์ร้ายนั้นไปด้วยความอัศจรรย์ใจ เขาทั้งหลายบูชาพญานาคเพราะมันให้สิทธิอำนาจแก่สัตว์ร้าย พวกเขาบูชาสัตว์ร้ายนั้น กล่าวว่า “ใครจะเหมือนสัตว์ร้ายนี้? และใครจะสามารถต่อสู้กับมันได้?” พระเจ้าทรงอนุญาตให้สัตว์ร้ายนั้นใช้ปากพูดจาใหญ่โตและหมิ่นประมาทพระเจ้า และทรงอนุญาตให้มันใช้สิทธิอำนาจทำการสี่สิบสองเดือน มันเปิดปากของมันพูดหมิ่นประมาทพระเจ้า พูดหมิ่นประมาทต่อพระนามของพระองค์ ต่อสถานที่สถิตของพระองค์ และต่อพวกที่อยู่ในสวรรค์ และทรงอนุญาตให้มันทำสงครามกับบรรดาธรรมิกชนและชนะพวกเขา และประทานให้มันมีสิทธิอำนาจเหนือทุกเผ่า ทุกชนชาติ ทุกภาษา และทุกประชาชาติ และคนทั้งหลายที่อยู่บนแผ่นดินโลกจะบูชาสัตว์ร้ายนั้น คือคนที่ไม่มีชื่อจดไว้ในหนังสือแห่งชีวิตของพระเมษโปดกผู้ถูกปลงพระชนม์ตั้งแต่แรกสร้างโลก ใครมีหูก็ให้ฟังเอาเถิด คนใดที่กำหนดไว้ให้เป็นเชลย คนนั้นก็จะไปเป็นเชลย คนใดที่กำหนดไว้ให้ถูกฆ่าด้วยดาบ คนนั้นก็ต้องถูกฆ่าด้วยดาบ นี่แหละคือความทรหดอดทนและความเชื่อที่ธรรมิกชนทั้งหลายจะต้องมี แล้วข้าพเจ้าเห็นสัตว์ร้ายอีกตัวหนึ่งขึ้นมาจากแผ่นดิน มันมีสองเขาเหมือนลูกแกะ และพูดเหมือนอย่างพญานาค มันใช้สิทธิอำนาจทั้งหมดของสัตว์ร้ายตัวแรกต่อหน้าสัตว์ร้ายนั้น มันทำให้โลกและคนที่อยู่ในโลกบูชาสัตว์ร้ายตัวที่มีบาดแผลฉกรรจ์ซึ่งได้รับการรักษาแล้ว มันทำหมายสำคัญที่ยิ่งใหญ่ถึงขั้นทำให้ไฟตกจากฟ้าลงมายังแผ่นดินโลกต่อหน้าคนทั้งหลาย มันล่อลวงคนทั้งหลายที่อยู่บนแผ่นดินโลกด้วยหมายสำคัญต่างๆ ที่ทรงอนุญาตให้มันทำต่อหน้าสัตว์ร้ายตัวแรกนั้น และมันสั่งให้คนทั้งหลายที่อยู่บนแผ่นดินโลก สร้างรูปจำลองรูปหนึ่งให้กับสัตว์ร้ายตัวที่มีบาดแผลจากดาบแต่ยังมีชีวิตอยู่นั้น และทรงอนุญาตให้มันสามารถให้ลมหายใจแก่รูปของสัตว์ร้าย เพื่อให้รูปสัตว์ร้ายนั้นพูดได้ และทำให้พวกที่ไม่ยอมบูชารูปสัตว์ร้ายนั้นถึงแก่ความตาย และมันยังบังคับทุกคน ทั้งคนเล็กน้อยและคนใหญ่โต คนมั่งมีและคนยากจน เสรีชนและทาสให้รับเครื่องหมายไว้ที่มือขวาหรือที่หน้าผากของพวกเขา เพื่อไม่ให้ใครสามารถซื้อหรือขายได้ ถ้าหากไม่มีเครื่องหมายที่เป็นชื่อของสัตว์ร้าย หรือเป็นตัวเลขของชื่อมัน
    ในเรื่องนี้ต้องใช้สติปัญญาให้ดี ถ้าใครมีความเข้าใจ ก็จงคิดคำนวณเลขของสัตว์ร้ายตัวนั้น เพราะว่าเป็นเลขของคนผู้หนึ่ง เลขของมันคือหกร้อยหกสิบหก
    วิวรณ์ 13:1‭-‬18 THSV11
    https://bible.com/bible/174/rev.13.1-18.THSV11

Comments are closed.