“PCR ควรถูกนำไปทิ้งโดยทันที” – ดร. สุจริต ภักดี | เบื่องหลังของ PCR เครื่องตรวจโควิด

หากคุณสนใจเรียนเชิญเข้ากลุ่ม “คนไทยรู้ทันวัคซีน” ครับ Telegram Group

RT-PCR: คือเครื่องที่ใช้ในการตรวจโควิด ซึ่งมีการจัดการ สร้างผลบวกเท็จโดยเจาะจง

ดาวน์โหลดคลิปนี้ คลิก

PCR เป็นสิ่งที่ผมเข้าใจยาก มันเป็นสิ่งที่ซับซ้อนและมีช่องว่างในการหลอกลวงได้ง่ายมาก
เมื่อผู้คนเข้ารับการตรวจโควิด ตัวอย่างที่ถูกนำมาจากลำคอและจมูก จะถูกนำไปผ่านเครื่องทดสอบที่เรียกว่า RT- PCR หรือสั้นๆ PCR ในห้องปฏิบัติการ

Dr. Kary Mullis, ผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาเคมี เป็นผู้คิดค้นและผู้ประดิษฐ์เครื่อง PCR กล่าวว่า “PCR เป็นสิ่งที่ยอดเยี่ยม แต่มันไม่สามารถตรวจโรคติดต่อได้และไม่สามารถบอกคุณได้ว่า ใครป่วยหรือไม่” ท่านเป็นผู้ประดิษฐ์ RT-PCR และท่านพูดว่า “อย่าใช้” แต่จนถึงวันนี้การทดสอบโควิดทั้งหมดกำลังได้รับการทดสอบโดยการใช้ PCR ดูบทสัมภาษณ์ที่หายากคลิปนี้เป็นหลักฐาน
ดร. Kary Mullis เสียชีวิตอย่างน่าเศร้าในเดือนสิงหาคม 2019 ที่ผ่านมา

นักกฎหมายหลายคนกำลังฟ้องร้องรัฐบาลและ WHO รวมถึงแพทย์ของรัฐที่รู้ว่า PCR กำลังให้ผลการตรวจที่ไม่ถูกต้อง นี่คือสุนทรพจน์ โดยผู้ที่มีชื่อเสียง ดร. Renier Fuellmich ซึ่งมีผู้ชมหลายล้านวิวก่อนที่จะถูกลบออกจาก Youtube

ตลอดเวลาที่เราทำการวิจัย แพทย์และนักวิทยาศาสตร์นับไม่ถ้วนพูดว่าค่า CT ที่ใช้ในการทดสอบ PCR ต้องต่ำ หากมีค่าที่สูงการทดสอบจะให้ผลบวกเท็จ (False Positive) เมื่อเป็นเช่นนั้นผู้คนจะคิดว่าพวกเขาเป็นโควิด (ที่เขาเรียกกันว่า ติดเชื้อแต่ไม่มีอาการ ที่จริงแล้ว PCR แสดงผลเท็จ)​ และจากนั้นพวกเขาก็ถูกกักตัว ไม่ใช่แค่นั้น ข่าวก็จะออกอากาศว่ามีเคสผู้ติดเชื้อใหม่ เมื่อข่าวออกทุกวันๆ ผู้คนจะเริ่มกลัว จึงจะมีคนไปตรวจโควิดมากขึ้น และเนื่องจากค่า CT ถูกตั้งไว้สูงจึงทำให้เกิดผลบวกหลอกลวงมากขึ้น ซึ่งหมายความว่า สื่อจะแจ้งจำนวนผู้ติดเชื้อที่สูงขึ้น ดังนั้นผู้คนจำนวนมากก็จะกลัวและไปตรวจมากขึ้นอีก ผลบวกที่ผิดก็จะมากขึ้นอีก ไม่พอ พวกเขาจะไล่ตรวจหาผู้คนโดยใช้คำว่า ตรวจเชิงรุกและสร้าง คลัสเตอร์ใหม่ๆ ขึ้นมา

เมื่อเป็นเช่นนี้ สิ่งต่อไปที่จะตามมาคือ… ล็อกดาวน์

เมื่อเกิดกรณีเช่นนี้ รัฐบาลก็จะมีอำนาจเหนือสิทธิของพวกเรา ในการปิดประเทศและทำลายกิจการของพวกเรา (ซึ่งเป็นวาระหลักนอกจากการฉีดวัคซีน) และพวกเราทุกคนตกงาน ธุรกิจ อิสรภาพ และ สุขภาพจิต พังทลาย ทุกสิ่งที่คุณสร้างมากับมือ เสียหายหมด และทั้งหมดเกิดขึ้นเพราะค่า CT
เพียงแค่การตั้งค่า CT ในการทดสอบ PCR สามารถล็อคและปิดทั้งโลกได้ เรามาทำความเข้าใจค่า CT กันในคลิปนี้

ดังนั้น จึงเป็นเรื่องสำคัญมากที่สุด
ต้องตั้งค่า CT ให้ถูกต้องพลาดไม่ได้!
(แม้จริงๆแล้ว ไม่ควรใช้ PCR ตรวจโรคติดต่อด้วยซ้ำ)

เมื่อเป็นเช่นนั้น เราจึงเริ่ม รีเสิร์ช ด้วยคำถามสองข้อในใจ:

  1. ค่า CT ที่ถูกต้องที่ควรใช้คือเท่าไหร่?
  2. ค่า CT ที่โรงพยาบาลและห้องปฏิบัติการใช้จริงคือเท่าไหร่?

หากคุณได้ดูบทสัมภาษณ์ของ ดร. สุจริต ภักดี คุณจะรู้ว่าค่า CT ที่ถูกต้องควรอยู่ที่ประมาณ 22-27 ถ้ามากกว่านั้น จะทำให้เกิด “ผลบวกลวง” นอกจาก อาจารย์ท่านนี้แล้ว นักวิทยาศาสต์ท่านอื่นๆ ที่เราไปหาข้อมูลมาบางท่านพูดว่า เขาตัดที่ 25 แต่กลุ่มผู้เชี่ยวชาญนี้ มักถูกกล่าวหาต่างๆ โดยรัฐ และ แพทย์ของรัฐ สองฝ่ายนี้คงไม่สามารถตกลงกันที่ตัวเลขเดียวได้

เพราะฉะนั้น เราไปชมวิดีโอสัมภาษณ์ของ Dr. Fauci (ดร. คนนี้เป็นผู้ร้ายนะไม่ใช่ผู้ดี)​ ว่าเขาว่าอย่างไรบ้าง
ตามที่ ดร. Anthony Fauci (หัวหน้า CDC ที่ให้คำปรึกษาแก่รัฐบาลสหรัฐฯเกี่ยวกับ Covid) กล่าวว่า ค่า CT สูงสุดควรตั้งที่ 34 รอบ นั้นคือค่า CT ที่สูงสุด แม้แต่ 35 หรืออะไรก็ตามที่มากกว่านั้น จะไม่มีประโยชน์และมีสิทธ์ให้ผลบวกเท็จ (ดูวิดีโอเป็นหลักฐาน)
สิ่งที่เราได้เรียนรู้จากนักวิทยาศาสตร์และแพทย์ (ท่านที่ถูกเซ็นเซอร์) พูดว่า 25-27 แต่ ดร. Fauci กล่าว 34! นั่นคือความแตกต่างที่สูงมากๆ หากคุณเข้าใจว่าค่า CT คืออะไร

ต่อไปคำถามที่ 2 เราอยากรู้ว่าโรงพยาบาลในประเทศไทยเขาใช้ค่า CT ที่เท่าไหร่ ดังนั้นเราจึงส่งอีเมลไปยังโรงพยาบาล 26 แห่งในประเทศไทย และถามตามนี้

สิ่งที่เราพบเป็นสิ่งที่หน้าตกใจมาก และ ไม่แปลกเลยที่สงกรานต์ปีนี้ คนไทยหลายล้านคน ที่แอบหวังจะมีรายได้มาเลี้ยงครอบครัวบ้าง ถูก PCR ที่ตั้งค่า CT สูงเกินกว่ากำหนด มาทำลาย

โรงพยาบาล 5 แห่งตอบกลับอีเมลของเรา และค่า CT ที่พวกเขาใช้คือ:

1. โรงพยาบาล ที่ 1 ใช้ค่า CT = 30

2. โรงพยาบาล ที่ 2 ใช้ค่า CT = 40!!

3. โรงพยาบาล ที่ 3 ใช้ค่า CT = 40

4. โรงพยาบาล ที่ 4 ใช้ค่า CT = 36

5. โรงพยาบาล ที่ 5 ใช้ค่า CT = 45!!!!

คุณรู้ไหมครับว่า การตั้งค่าที่ 45 นั้น ผลจะออกมาเป็นบวกเกือบ 100% ไม่ว่าคุณจะเป็นโควิดหรือไม่ก็ตาม

นี้ไม่ใช้การผิดพลาด นี้ตือหัวใจของการหลอกลวง การทุจริตไม่ได้อยู่ในการเมืองเป็นหลัก การทุจริตครั้งนี้ คือการทุจริตทางการแพทย์​ เพราะกลุ่มนักวิทยาศาสต์ออกมาแจ้ง เตือน บอก กล่าว ครั้งแล้ว ครั้งอีก แต่ไม่มีใครสนใจ

เป็นเพราะ ค่า CT ที่สูง
ก่อให้ผลเป็นบวกเทร็จ

เมื่อคุณเห็นตัวเลขเหล่านี้ คำถามคือ มีผลบวกเท็รจมากน้อยเท่าไหร่?​

ที่มา:

หมายเหตุ: บทความนี้ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ เหลือการตรวจแก้ไข และ ลงรายละเอียดที่มาของข้อมูลแต่ละส่วน

หากคุณสนใจเรียนเชิญเข้ากลุ่ม “คนไทยรู้ทันวัคซีน” ครับ Telegram Group

เมื่อโควิดเริ่มระบาด กลุ่มแพทย์ และ นักวิทยาศาสต์ เริ่มออกมาเตือนผู้คนว่า โดวิดคือการหลอกลวง ต่อมาข้อมูล คลิป และ channel ของท่านเหล่านี้ เริ่มถูกลบออกจากโซเชียลทั้งหมด ผมจึงเริ่มสงสัยและตามเข้าไปในเว็บไซต์ส่วนตัวของพวกท่าน แล้วได้รับข้อมูลต่างๆ ที่ผมนำมาแชร์ให้คุณทราบ ผมไม่ใช่หมอ และเว็บไซต์นี้ไม่ใช่เว็บไซต์การให้คำปรึกษาทางการแพทย์ ผมเพียงแต่แสดงข้อมูล (และแปลข้อมูลเป็นภาษาไทย) ของผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้คุณรับข้อมูลที่กำลังถูกเซนเซอร์อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้คุณไปพิจรณาเอาเองว่า อะไรถูก อะไรผิด และ คุณควรทำอะไรซึ่งจะเป็นผลลัพธ์ที่ดีที่สุดสำหรับคุณ เรื่องนี้สำคัญ ผมไม่แบ่งปันข้อมูลเหล่านี้กับผู้อื่นไม่ได้ ผมจึงออกมาทำเว็บไซต์นี้ หากคุณคิดว่าคนไทยคนอื่นควรรับรู้ข้อมูลเหล่านี้ โปรดแชร์ครับ สุดท้าย ผมคิดว่าพวกเราต้องรักษาสิทธิ์ของเรา ไม่ให้มีการบังคับฉีดยาทางอ้อม ร่างกายของเรามีเพียงเราเท่านั้นมีสิทธิ์บนร่างกายนี้ ขอบคุณครับ

2 COMMENTS

  1. เรียน คุณอดิเทพ

    เห็นควรรวบรวม ข้อสงสัย ทั้งหมด ท่ี่สำคัญ การระบาด การวืนิจฉัย การรักษาระยะแรกที่ได้ผล แต่ ถูกปฏิเสธ ที่ทำได้ทันที่ ผล และ ผลข้างเคียง ของวัคซีน ตั้งคำถามขอคำอธืบาย เช่น การวินิจฉัย ด้วย PCR โดยไม่มีอาการ ถูกหรือผิด cut pontCT เท่าไหร่ แตกต่างกัน บอก ข้อมูลจาก ดรใสุจริต และผลที่ถาม ซึ่งมีผลในการแปรผลมาก ให้ คณะแพทย์ นักวิชาการ ของรัฐบาล ตอบ และพิสูจน์ ก่อน ค่ะ

    • สวัสดีครับ คุณ Lamduan
      ขอบคุณสำหรับ คอมเม้นต์ครับ ผมยินดีครับ ผมจะทำรายการทำถามเชิงลึก เพื่อขอรบกวนให้ผู้ที่เกี่ยวข้องให้คำตอบครับ
      ผมขอเวลาเตรียมการ แล้วจะรีบมาลงครับ

      ขอแสดงความนับถือ
      อดิเทพ

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.